“ดีจังเลย……” หลิวเซิงเอ่ย “ถ้าโลกนี้มีสถานที่แบบนี้จริงก็คงดีสินะ”
นางรู้ว่ามีอยู่จริง
แต่พูดออกไปไม่ได้
กฎก็คือกฎ หลิวเซิงโลภขึ้นมา นางอยากได้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้า กลัวว่าความละโมบเพียงชั่ววูบจะทำให้ต้องสูญเสียมากกว่าเดิม
ในใจอาหมานรู้สึกขมขื่น ที่จริงนางอยากกอดหลิวเซิงสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้า
“ตอนนี้ท่านอาจารย์สู้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“อืม ดีขึ้นมากแล้ว” หลิวเซิงยิ้ม “ขอบคุณคุณหนูที่ช่วยชี้แนะ ตอนนี้ข้ารู้สึกสบายกายสบายใจ โล่งโปร่งไปหมด”
นางมองหน้ากากผีสองใบตรงหน้า ควรพอใจได้แล้ว ไม่ควรเรียกร้องให้ได้อะไรมากไปกว่านี้
“เช่นนั้น พวกเราคงต้องขอตัวลาแล้ว” จ้าวเย่ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ดวงตาดำขลับใต้หน้ากากยังคงอ่อนโยนดังเช่นเคย
เขามองหลิวเซิง ราวกับกำลังมองลูกของตนเอง
เด็กสาวที่ตอนเด็กชอบเรียกเขาว่า ‘ท่านลุงขาเป๋’ บัดนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้แล้ว
ชีวิตคนเราจะไม่มีเรื่องให้เสียดายได้อย่างไร
“ได้ค่ะ” หลิวเซิงไม่ได้รั้งพวกเขาไว้ เพียงตั้งตารอวันที่จะได้พบกันอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์สู โปรดดูแลตัวเองให้ดี กินข้าวให้ตรงเวลา นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แบบนี้……” นางถึงจะวางใจ
“ได้ ข้าจำไว้หมดแล้ว”
คำพูดของพี่อาหมาน หลิวเซิงจดจำมาตลอด และจะจดจำไปชั่วชีวิต
ต่อให้กฎบังคับให้นางลืม นางก็ต้องนึกขึ้นมาได้อีกครั้งแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปก่อนนะ แล้วพบกันใหม่!”
อาหมานโบกมือลานาง
“แล้วพบกันใหม่……”
แล้วพบกันใหม่ พี่อาหมาน ท่านลุงขาเป๋
แต่ครั้งหน้า……จะเป็นเมื่อไรนะ
