ส่วนหนึ่งทิ้งไว้ที่โรงฆ่าสัตว์ อีกส่วนหนึ่งอาหมานก็หอบกลับมาจัดการเอง
“ฉันเห็นว่าเมื่อวานตอนเที่ยงเธอก็แยกข้าวไว้ส่วนหนึ่ง วันนี้จะเก็บไว้อีกส่วนหรือ”
ฟองว่านเจินเห็นว่าอาหมานจะแยกข้าวไว้ก่อนกินทุกครั้ง นางได้บอกเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าเขาไม่ยินดีก็หักค่าจ้างของอาหมานบางส่วนมาชดเชยค่าอาหารได้
อย่างไรเสีย ที่นี่ก็เป็นข้าวของเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ ทั้งอาหมานยังรับค่าจ้างอีกด้วย หากจะเอาอาหารกลับไปเพิ่มอีกส่วนก็ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไร อย่างไรก็ต้องบอกเขาสักคำ
ดังนั้นพอฟองว่านเจินถามขึ้นมา อาหมานก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“คือ...ที่บ้านยังมีพี่ชายคนหนึ่งกำลังป่วย เขาเป็นอัมพาตติดเตียง ขยับตัวไม่สะดวก ฉันจึงต้องห่อข้าวกลับไปให้เขาทุกวัน...”
เวลาพูด อาหมานมักเผลอแกะนิ้วตัวเองเมื่อรู้สึกประหม่า ฝ่ามือของนางด้านหนาเป็นชั้น อาหมานแกะนิ้วจนผิวถลอก ฟองว่านเจินสังเกตเห็นเข้า
“เด็กดี เธอเป็นคนมีน้ำใจจริง ๆ”
“ในเมื่อพี่ชายของเธอเป็นอัมพาตครึ่งซีกและไม่สะดวกนัก ต่อไปทำอาหารก็ใส่น้ำมันเพิ่มหน่อย ให้พี่ชายได้กินของมัน ๆ มากขึ้น จะได้หายเร็ว ๆ”
อาหมานมองฟองว่านเจินอย่างยินดี ดวงตาคู่หนึ่งเป็นประกาย “นางเฟิง คุณเป็นคนดีจริง ๆ!”
ที่ฟองว่านเจินยอมช่วยก็เพราะเห็นว่าเด็กสาวคนนี้ซื่อตรง อีกทั้งสามีของนางยังบอกว่า เด็กสาวคงถูกเนรเทศมาจากเมืองหลวง และคนที่นางรับใช้อยู่ก็น่าจะเป็นผู้สูงศักดิ์หรือไม่ก็ร่ำรวย
