“ฝ่าบาท พวกเราไม่บุกเข้าไปในวังหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
จู้เฟิงมีสีหน้าตื่นเต้น เมื่อเห็นกองกำลังของพวกเขาหยุดอยู่หน้าประตูวัง ฝ่าบาททอดพระเนตรกำแพงวังสูงตระหง่านเงียบ ๆ แต่กลับไม่ก้าวต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว
ถนนในเขตพระราชวังหลวงเละเทะไปหมด รถม้ามังกรหงส์ที่ใช้เฉพาะในพิธีอภิเษกของฮองเฮาก็พลิกคว่ำกระจัดกระจาย แม้แต่คนในรถม้ายังถูกเหวี่ยงกระเด็นออกมา
ชุดมงคลบนกายยับเยินยุ่งเหยิง ปิ่นปักผมสีชาดกระจายเกลื่อนพื้น
จู้เฟิงรอวันนี้มานานเหลือเกิน ฝ่าบาทต้องทนทุกข์มามากมาย หลายครั้งเกือบเอาชีวิตไม่รอด บัดนี้เมื่อได้กลับเมืองหลวงแล้ว ก็ควรบุกเข้าไปในวัง
จะได้ให้คนพวกนี้เห็นเสียทีว่าพวกเขาตาบอดกันแค่ไหน ใครกันแน่คือผู้ปกครองที่แท้จริงของใต้หล้า!
จ้าวเย่สวมเกราะดำเต็มยศ ไม่รู้ว่ามีเลือดของผู้คนเปรอะเปื้อนอยู่มากเพียงใด จนเกราะสะท้อนประกายเย็นเยียบใต้แสงตะวัน ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่แผ่อำนาจน่าเกรงขาม แม้ไม่แสดงโทสะก็ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
“นางยังอยู่ข้างใน” จ้าวเย่กล่าว
“ฮองเฮาจีหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
จู้เฟิงพลันเข้าใจ สีหน้าคล้ำเขียว “คนไร้ยางอาย!”
เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงหยุดอยู่หน้าประตูวัง ไม่ยอมเข้าไปเสียที เพราะพระมารดาผู้ให้กำเนิดของฝ่าบาทยังอยู่ในวัง
จ้าวเย่ไม่เคยเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจ ยิ่งไม่มีทางยอมทอดทิ้งพระมารดาผู้ให้กำเนิดเพื่ออำนาจและตำแหน่งที่อยู่ตรงหน้าและเอื้อมถึงได้ง่าย
ในท้องพระโรง ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างเตรียมพร้อมรับมือ กลัวว่ารัชทายาทผู้ถูกปลดจ้าวเย่จะบุกเข้ามาสังหารพวกตนอย่างไม่เลือกหน้า ในบรรดาพวกเขามีกี่คนที่เคยแอบวางแผนลับหลัง
