หน้าหม่าซ่วยถมึงทึงทันที ตัวเองเป็นถึงคนฝึกวิชาประสานสมานมาตั้งนาน กลับโดนจิ้งจอกสาวออกบัตรคนดีให้ นี่มันโลกหมุนผิดทิศชัด ๆ
“หึ ปากดีนักนะ”
อู๋เหม่ยหลานไม่ใส่ใจคำประชด ดวงตาฉายแววจริงจัง “แล้วก็ เมื่อกี้ฉันนึกทบทวนดู วิชาของนายคงไม่ใช่แค่ดูดพลังหยินเสริมหยางง่าย ๆ ใช่มั้ย มันร่วมฝึกหยินหยางได้ด้วยรึเปล่า”
หม่าซ่วยใจกระตุกวาบ หลุดปากถาม “รู้ได้ไง”
อู๋เหม่ยหลานยิ้มออกมาทันที “ว่าล่ะนะ ฉันบอกแล้วว่าพวกเราจิ้งจอกรู้ถึงความดีเลวในใจคน เมื่อกี้สัมผัสได้ว่านายไม่ได้คิดร้ายกับฉัน คนดีอย่างนายจะไปฝึกวิชาดูดพลังหยินเสริมหยางที่แสนชั่วร้ายนั่นได้ยังไง วิชาทำนองนั้นฝึกนานไปจิตใจจะบิดเบี้ยว แต่นายมีกลิ่นอายพลังที่ใสสะอาดและสงบนิ่ง ไม่ใช่ทางสายนั้นเลยสักนิด”
หม่าซ่วยถึงบางอ้อทันควัน แม่สาวนี่หัวไวเป็นกรดจริง ๆ อนุมานมาได้ถึงขั้นนี้
ทว่าปากยังไม่ยอมแพ้ “หึ แกก็มีตาฝาดเป็นเหมือนกัน คราวหน้ากล้าจริงก็มาเลย ฉันจะสูบแกให้แห้งตาย”
อู๋เหม่ยหลานหัวเราะเบา ๆ ก้าวเข้ามาครึ่งก้าว ใบหน้าในแสงสลัวแฝงเสน่ห์เย้ายวน “หม่าซ่วย รอร่างจริงของฉันมาหานายก่อนค่อยว่ากัน พวกเราค่อยถกมหามรรคหยินหยางให้ลึกซึ้งไปเลย”
พูดจบ เธอก็หลับตา ร่างกายพลันสั่นสะท้าน เหมือนมีอะไรบางอย่างหลุดลอยออกไปจากร่าง
อู๋เหม่ยหลานลืมตาขึ้นมาอย่างแรง รู้สึกวิงเวียน โซเซไปข้างหน้า
