เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี
หม่าซ่วยลุกขึ้นมา หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่อีกเครื่องที่ซื้อไว้เมื่อวาน ถือถังน้ำใบหนึ่งแล้วเดินออกจากประตู
เมื่อคืนนี้ให้มือถือหลิวอีอีไปเครื่องหนึ่ง ส่วนเครื่องนี้จะให้พี่สะใภ้หลิวซูเฟิน
ป่านนี้หลิวซูเฟินคงไปจับปลาที่ริมแม่น้ำแล้ว
ตอนหม่าซ่วยถือถังน้ำเดินมาถึงริมตลิ่ง มองเห็นแต่ไกลมีเงาคนหมอบอยู่ริมน้ำกำลังกู้แห
ผ้าโพกหัวลายดอกเล็ก ๆ เสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายสีเทาอมฟ้าตัวเก่า บู๊ทยางสีดำ
ไม่ใช่หลิวซูเฟินแล้วจะเป็นใครไปได้
หม่าซ่วยค่อย ๆ ย่องเข้าไป หยุดอยู่ห่างจากเธอสองเมตร มองดูเธอกู้แหด้วยความสนใจ
หลิวซูเฟินไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลัง กำลังตั้งอกตั้งใจดึงเชือกแห ปากก็ครวญเพลงเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ชื่อ ฟังดูร่าเริงดี
ดึงแหขึ้นมาแล้ว ในถุงแหมีปลาจี้อวี่ตัวเท่าฝ่ามือหลายตัวดิ้นกระแด่ว ๆ
หลิวซูเฟินก้มตัวลง คีบปลาออกจากถุงแหทีละตัวใส่ลงในถังน้ำ
บั้นท้ายกลมกลึงด้านหลังที่ถูกหุ้มด้วยกางเกงผ้าฝ้ายกลมตุ้ย ๆ พลอยโยกเบา ๆ ตามจังหวะที่เธอก้มตัวลงเก็บปลา ราวกับลูกท้อสุกงอม
สายตาของหม่าซ่วยตกลงจับตรงนั้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างห้ามไม่อยู่
วิชาประสานสมานที่อยู่ในร่างก็เริ่มก่อกวนอีกครั้ง
หลิวซูเฟินไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งมั่นเก็บปลาอยู่
เธอยื่นมือไปคว้าปลาจี้อวี่ตัวล่างสุดของถุงแห โน้มตัวไปข้างหน้า ก้มเอวต่ำลงไปอีก เส้นโค้งเส้นนั้นยิ่งเด่นชัดขึ้นในแสงยามเช้า
