ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงไหน เงาบนผนังจึงสงบลงในที่สุด
เสียงในห้องค่อย ๆ แผ่วหาย เหลือเพียงลมหายใจของคนสองคนที่ประสานกัน สึกและตื้น สลับขึ้นลงในความมืด
เป้าซียงเซียงนอนตะแคงอยู่ในอ้อมกอดของหม่าซ่วย
หม่าซ่วยพิงหัวเตียง มือหนึ่งคล้องไหล่เธอ อีกมือวางเบา ๆ บนตำแหน่งบั้นเอวด้านหลัง
ก้มมองเป้าซียงเซียงแวบหนึ่ง หม่าซ่วยแทบจะทุบต้นขาตัวเองดังฉาด
อกุศลเริ่มต้นที่จิตคิดโลภในกามนี่หนอ
หม่าซ่วยสงสัยว่าเป้าซียงเซียงจงใจ
เดิมทีเขาจะช่วยเธอจัดการเรื่องให้ หลังจากเสร็จก็เตรียมจะให้เงินเขาตั้งหลายแสน
ตอนนี้ดันเผลอมีสัมพันธ์กับเธอ ถ้าเธอไม่ให้เงิน เขาก็ไม่อาจจะอ้าปากขอได้
ยังไม่ทันช่วยอะไรก็ให้มาตั้งห้าแสน คราวนี้ช่วยกำจัดวีเซิลให้ จะไม่ให้สักแปดแสนถึงหนึ่งล้านได้ยังไง
เงินตั้งมากมาย เพียงเพราะร่วมหลับนอนครั้งเดียวก็อันตรธานไป น่าเสียดายชะมัด
ทว่าเมื่อหม่าซ่วยประเมินพลังบำเพ็ญดูแล้ว ความเสียดายนั้นก็พลันสลาย
พอประเมินเพียงเล็กน้อย โอ้โห พลังบำเพ็ญดันพุ่งทะยานขึ้นมากมาย ถึงกับมีทีท่าจะทะลวงขั้นอย่างเห็นได้ชัด
การร่วมเคล็ดวิชากับเป้าซียงเซียงครั้งนี้ ให้ผลลัพธ์ดียิ่งกว่าตอนอยู่กับหลิวอีอีเสียอีก
ต้องรู้ว่าหลิวอีอีเป็นปิศาจงูที่มีพลังบำเพ็ญแก่กล้า ถือเป็นร่างท้าทายสวรรค์อยู่แล้ว แต่เป้าซียงเซียงกลับท้าทายสวรรค์ยิ่งกว่า
ไอกลิ่นนั้นภายในร่างของเป้าซียงเซียง บริสุทธิ์และเข้มข้นกว่าของหลิวอีอี ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างหล่อเลี้ยงมา
ตรงตามที่วีเซิลกล่าวไว้ไม่มีผิด
หม่าซ่วยหวนนึกถึงคำพูดที่วีเซิลทิ้งไว้ก่อนตาย ที่ว่าเป้าซียงเซียงมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่างอยู่บนร่าง เพียงเข้าใกล้ก็สามารถเสริมพลังบำเพ็ญได้
