หม่าซ่วยมองถังเฟยที่ยืนอยู่ข้างเสื่อโยคะ สมองครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
เขากะจะบอกว่า "ไม่ได้จริง ๆ นะ" แต่พอเห็นท่าทีของถังเฟยแล้ว ก็กลืนคำพูดที่จะหลุดออกมากลับลงคอไป
เธอพูดมาถึงขนาดนี้ หากเขาปฏิเสธอีก เกรงว่าจะทำให้เธอหัวเสียจริง ๆ
แต่ถ้าลงมือสอนจริง ๆ แล้วล่ะก็......
หม่าซ่วยถอนหายใจ "ก็ได้ งั้นฝึกสักพักแล้วกัน แต่พี่สะใภ้ ผมขอบอกไว้ก่อนนะ ฝึกก็ส่วนฝึก ถ้าเดี๋ยวรู้สึกไม่สบายตัวหรืออายขึ้นมา พี่บอกให้หยุด เราก็หยุด"
ดวงตาของถังเฟยเป็นประกาย มุมปากยกขึ้น "ได้ ตามใจเธอ"
หม่าซ่วยก็เดินไปบนเสื่อโยคะ ยืนตรงข้ามกับเธอ โดยมีระยะห่างระหว่างกันประมาณช่วงแขน
"เริ่มด้วยท่าง่าย ๆ ก่อนนะ พี่หันหลังให้ผม ยื่นแขนไปข้างหลัง ผมจะจับมือพี่ พี่ค่อย ๆ แอ่นตัวไปด้านหลัง" หม่าซ่วยพูดไปพลางสาธิตท่าทางให้ดูด้วย
ถังเฟยทำตามโดยหันหลังให้เขา แล้วยื่นแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง
หม่าซ่วยก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว จับมือทั้งสองข้างของเธอ เนื้อผ้าของเสื้อคลุมอาบน้ำหนากว่าชุดโยคะของถังถังไม่น้อย แต่เมื่อกำไว้ในมือก็ยังสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิจากแขนและโครงร่างของกระดูกเธอ
"เริ่มเลยนะ ค่อย ๆ แอ่นไปข้างหลัง อย่ารีบ"
ถังเฟยเริ่มแอ่นตัวไปด้านหลัง ร่างกายค่อย ๆ เอน พาดไหล่เปิดออก เอวและหลังยืดเป็นเส้นโค้ง
ปกติเธอไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ความยืดหยุ่นสู้ถังถังไม่ได้ แต่สภาพร่างกายโดยรวมถือว่าดี ความคล่องตัวของเอวและสะโพกดีกว่าคนรุ่นเดียวกันไม่น้อย ตอนแอ่นได้ครึ่งทางก็ยังไปต่อได้อีก
