“หลินเหมยหลาน! เธอบ้าไปแล้วหรือไง! ฉันหลิวหม่านชางคงทำเวรทำกรรมมาถึงแปดชั่วโคตร ถึงได้คิดแต่งงานกับผู้หญิงหน้าซื่อใจคดอย่างเธอ!”
หลิวหม่านชางเจ็บจนตาลาย แต่กลับถูกหญิงร่างเล็กผอมแห้งที่คร่อมอยู่บนตัวกดเอาไว้สุดแรง จนดิ้นไม่หลุด
“นายต่างหากที่เป็นคนเลว! ไอ้ไก่อ่อน!”
“ไม่ใช่แค่ออกจากบ้านไปแล้วจะโดนหัวเราะเยาะว่าเป็นเต่าหัวเขียวหรอกนะ ฉันจะสลักไว้บนป้ายหลุมศพของนาย ให้เป็นคำจารึกหน้าหลุมด้วย ต่อให้ตายไปก็ต้องแบกชื่อเสียงเต่าหัวเขียวติดตัวไปด้วย!”
หลินเหมยหลานแค้นจนแทบคลั่ง
เธอซ้อมเขาจนเหนื่อย ถึงได้ปล่อยหลิวหม่านชางที่ร่อแร่ ปากมีเลือดไหล แล้วนั่งหอบอยู่ข้าง ๆ
เผยไห่ชวนมองคนทั้งคู่ที่กำลังอาละวาดจากด้านบน เขาไม่เชื่อใครทั้งนั้นในตอนนี้ น้ำเสียงแฝงความโกรธที่พยายามกดข่มเอาไว้
“พวกคุณสองคนกำลังเล่นกลอะไรกัน!”
“ผมจะแจ้งตำรวจ เรื่องนี้ต้องสืบให้รู้ความจริง!”
หลินเหมยหลานมองเผยไห่ชวน เครื่องแบบทหารบนตัวเขายับยู่ยี่เพราะเมื่อคืนเธอเสียดสีจนยับ แต่ก็ไม่อาจบดบังรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ดวงตาลึกล้ำ สันจมูกโด่งตรง สายตาที่ทอดมองมามีแววดุดัน
กลับยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายและเครื่องหน้าดูหล่อเหลาได้สัดส่วน
เขาหล่อจริง ๆ
เธอเม้มปาก ก่อนดึงสติกลับมา เรื่องนี้เล่นงานหลิวหม่านชางจนต้องติดคุกได้จริง ๆ
เขาต้องชดใช้ชีวิตให้ลูกของเธอ!
แต่เผยไห่ชวนกลับรู้สึกว่าทั้งสองคนแปลกประหลาดอย่างมาก
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเบาว่า “ระหว่างคุณกับผมเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมยินดีรับผิดชอบ”
ต่อให้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เขาก็ควรรับผิดชอบอยู่ดี
เขาอัดอั้นทั้งความโกรธและความรู้สึกซับซ้อนเต็มอก แค่กลับบ้านเกิดมาเยี่ยมญาติและร่วมงานแต่งงานแท้ ๆ กลับต้องพาชีวิตที่เหลือไปพัวพันด้วย
“ผมยินดีรับผิดชอบ” เผยไห่ชวนย้ำอีกครั้ง
ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด
หลินเหมยหลานรีบโบกมือ “ไม่ต้อง ๆ เรื่องแค่นี้เอง!”
เธอไม่อยากแต่งงานแล้ว
ชีวิตคู่กับหลิวหม่านชางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด เธอไม่อยากคิดถึงเรื่องพวกนี้อีก แค่อยากพาลูกใช้ชีวิตให้ดี
อีกอย่างเผยไห่ชวนเป็นถึงผู้พัน จะเป็นคนที่หญิงชาวบ้านอย่างเธอคิดฝันถึงได้ที่ไหน
ชาติก่อนตอนเขาออกปฏิบัติภารกิจฉุกเฉิน เขายังไม่ลืมยื่นเรื่องขออนุญาตแต่งงาน แต่ตอนกลับมาเธอก็ถูกหลิวหม่านชางหลอกจนแต่งงานกันไปแล้ว เขาจึงไม่ได้พูดเรื่องนั้นอีก
หลินเหมยหลานยังจำได้ ตอนเมื่อคืนที่เธอแนบชิดกับหน้าท้องที่มีกล้ามเป็นลอนแปดก้อน เขาเกร็งไปทั้งตัว
ทั้งเป็นคนมีคุณธรรมสูงส่ง ทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นเหนือใคร เรียกได้ว่าเป็นชายในฝันที่หาได้ยากยิ่ง
เผยไห่ชวนจ้องหลินเหมยหลาน สมชื่อของเธอจริง ๆ ทั้งบอบบางและสง่างามราวกับกล้วยไม้ ทว่าก็มีความทรหดไม่ยอมแพ้ต่อสายลมหรือฝน
เอวคอด หน้าอกอวบอิ่ม ประกอบกับเครื่องหน้าประณีต ริมฝีปากแดงเผยอเล็กน้อย แววตาที่เหลือบมองมาชวนให้รู้สึกเย้ายวน
“จากนี้คุณคิดจะทำยังไง?”
หลินเหมยหลานสบตาเขา หัวใจกระตุกวูบ
ชาติก่อนเธอเอาแต่ร้องไห้ พอหลิวหม่านชางตำหนิเข้าหน่อยก็ละอายใจจนแทบอยากผูกคอตายตรงนั้น
เธอจำได้แค่ว่าหลิวหม่านชางรีดไถเงินเผยไห่ชวนไปห้าร้อยหยวน อ้างว่าเป็นค่าบำรุงร่างกาย อีกฝ่ายมองเธอเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด สุดท้ายยังยอมจ่ายเงินให้
แต่เขาไม่ได้ถามว่าเธอจะทำยังไงต่อ
หลินเหมยหลานหันไปมองหลิวหม่านชางที่ยังหายใจไม่ทั่วท้อง ความแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมา “พวกเราแค่หมั้นกัน ฉันจะยกเลิกการหมั้น เขาต้องชดเชยให้ฉันอีกห้าร้อยหยวน แล้วฉันจะไปจากที่นี่”
หลิวหม่านชางที่นอนแกล้งตายอยู่บนพื้นทนไม่ไหวอีกต่อไป “เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้ว! นอกจากฉัน ใครจะเอาเธอ! อยากให้ฉันจ่ายห้าร้อยหยวนให้เธอเหรอ ฝันไปเถอะ!”
หลินเหมยหลานเหยียบลงบนท้องเขา มองร่างที่งอตัวด้วยความเจ็บปวดจนเหมือนกุ้ง แล้วพูดเสียงเย็นชา “สหายเผยไม่เหมือนนาย เขาเป็นสุภาพบุรุษ! เราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน! ถ้านายไม่ยอม ฉันจะออกไปป่าวประกาศเดี๋ยวนี้ว่าหลิวหม่านชางไม่มีไอ้นั่น เป็นไก่อ่อน!”
หลิวหม่านชางถูกเธอซ้อมจนหน้าตาหวาดกลัว แต่ก็ยังเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วเธอไม่กลัวชื่อเสียงตัวเองเสียหายหรือไง?”
หลินเหมยหลานยิ้มเยาะ
เธอไม่กลัวแม้แต่ความตาย แล้วจะกลัวชื่อเสียงเสียหายไปทำไม
“ขอแค่ตระกูลหลิวเสียหน้า ชื่อเสียงฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง!”
สีหน้าเธอเหี้ยมเกรียมราวกับคนที่ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เพราะไม่มีอะไรจะเสีย
หลิวหม่านชางกลัวที่สุดว่าความลับของตัวเองจะถูกคนอื่นรู้ พอได้ยินอย่างนั้นสีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที ก่อนพูดเสียงต่ำว่า “จะยกเลิกการหมั้นก็ได้ แต่ไม่จ่ายเงิน! เหมยหลาน ตอนเราหมั้นกันฉันจัดทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้ว เงินในมือจะเหลือได้ยังไง เธอก็รู้ว่าฉันชอบเธอที่สุด ไม่มีทางปิดบังเธอหรอก”
“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ในใจฉันก็เจ็บยิ่งกว่าเธออีก!”
หลินเหมยหลานรู้ว่าไม่มีทางได้เงินชดเชย ในหมู่บ้านข้าวยังแทบไม่พอกิน แล้วจะมีเงินเหลือในมือได้ยังไง
เธอแค่อยากบีบให้เขายอมลงชื่อเท่านั้น
หลิวหม่านชางเห็นเธอไม่พูดอะไร ลูกตากลอกไปมา คิดว่าเธอกลัวแล้ว
เขารีบเชิดอกขึ้นทันที “คิดให้ดีได้ก็ดีแล้ว จะถอนหมั้นอะไรให้วุ่นวาย ขายหน้าจะตาย! ลูกสาวบ้านอาสองทางตะวันออกของหมู่บ้านไม่อยากแต่งงาน แม่บ้านยังกรอกยาฆ่าแมลงใส่ปากเธอเลย แล้วคราวนี้เธอจะกลับบ้านพ่อแม่ยังไง?”
“ไม่กลัวพ่อแม่พลอยขายหน้าไปกับเธอหรือไง?”
หลินเหมยหลานนึกถึงข่าวลือที่อาจแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเหมือนกัน
เธอมองเผยไห่ชวนอย่างวิงวอน เอ่ยด้วยความรู้สึกผิดว่า “สหายเผย ช่วยเขียนหนังสือรับสารภาพของหลิวหม่านชางให้หน่อยได้ไหมคะ เขียนให้ชัดว่าเขาวางยาเราสองคนจนเกือบเสียความบริสุทธิ์”
เธอเป็นผู้เสียหาย ไม่มีใครเอาผิดเธอได้ แต่เผยไห่ชวนไม่เหมือนกัน เขาห้ามทำผิดวินัย เรื่องนี้เป็นปัญหาด้านความประพฤติส่วนบุคคลที่ร้ายแรงมาก
ต้องหาทางออกที่ดีต่อทุกฝ่าย
หนังสือรับสารภาพจะเป็นหลักฐาน
เผยไห่ชวนหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเขียนลงไปทีละตัวบรรจง ให้หลิวหม่านชางลงชื่อและประทับลายนิ้วมือ
ระหว่างนั้นหลินเหมยหลานอาศัยความทรงจำจากชาติก่อน ไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด กลัวว่าจะมีอะไรตกหล่น
หัวใจเธอเต้นเร็วมาก เธอคอยให้กำลังใจตัวเองในใจไม่หยุด หลิวหม่านชางก็แค่เสือกระดาษ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว
ตอนนั้นเองเผยไห่ชวนเขียนหนังสือรับสารภาพเสร็จแล้ว หลินเหมยหลานรับมาอ่าน ก่อนให้หลิวหม่านชางลงชื่อและประทับลายนิ้วมือ
หลิวหม่านชางมือสั่นขณะลงชื่อและประทับลายนิ้วมือ เมื่อเห็นเรื่องที่เขาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน เขาก็แค้นแทบตาย แต่สีหน้ายังคงอ่อนโยนและเสียดาย
เขาห่อไหล่ น้ำเสียงขมขื่นแผ่วต่ำ “ฉันยอมรับว่าชั่ววูบหนึ่งถูกผีเข้า ฉันเองก็ไม่มีทางเลือก เจตนาที่ฉันมีให้เธอ เธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ จะบีบคั้นกันไปถึงไหน มีใครเคยเข้าใจความลำบากของฉันบ้าง?”
คนทั้งสองในห้องไม่มีใครสนใจการแสดงของเขา เผยไห่ชวนคิดว่าในเมื่อเธอต้องการถอนหมั้นกับหลิวหม่านชาง เขาก็ต้องรับผิดชอบ
และหลิวหม่านชางพูดถูกอยู่ข้อหนึ่ง หากปล่อยหลินเหมยหลานไว้ในชนบท ต่อให้กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ เธอก็คงถูกข่าวลือบีบให้ตายอยู่ดี
ในเมื่อทั้งคู่มีเรื่องพัวพันกันแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบ
“สหายหลิน เดี๋ยวผมจะไปเขียนคำร้องขอแต่งงาน จะพยายามจดทะเบียนกับคุณให้เร็วที่สุด ขออย่าปฏิเสธความหวังดีของผมเลย”
หลินเหมยหลานยังคิดจะพูดปฏิเสธ เธอกลัวการแต่งงาน แต่เผยไห่ชวนก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทิ้งให้คุณทนทุกข์อยู่ที่หมู่บ้านหลิวคนเดียวไม่ได้ คุณเชื่อผมนะ ก่อนที่คุณจะยอมรับผม ผมจะไม่ล่วงเกินคุณแม้แต่นิดเดียว”
เมื่อได้ยินเผยไห่ชวนพูดอย่างจริงใจ หลินเหมยหลานก็คิดว่าเธอยังอยากมีลูก แต่ตัวคนเดียวจะคลอดลูกออกมาได้ยังไง!
ชาตินี้ลูกจะได้เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่แต่งงานกัน ไม่ต้องทนรับคำครหาอีก ดีจริง ๆ
อีกอย่างเธอยังต้องแก้แค้น!
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีอำนาจหรืออิทธิพลอย่างเธอ จะก่อคลื่นลมอะไรได้มากมาย ต่อให้เป็นศัตรูสองคนนั้นก็ยังทำอะไรไม่ได้
แต่ถ้าแต่งงานกับเผยไห่ชวน เธอก็จะอาศัยบารมีเขาข่มขู่ให้เผยไห่เยี่ยนกับหลิวหม่านชางอยู่ไม่เป็นสุขได้!
หลินเหมยหลานกำลังจะเอ่ยปากตกลง ประตูก็ถูกเคาะดังปัง ๆ เสียงผู้หญิงเอาแต่ใจดังมาจากด้านนอก “หลิวหม่านชาง! หลิวหม่านชาง! ฉันหิวแล้ว! ฉันอยากกินปาท่องโก๋!”
