ฉินคุนอยากบอกว่าคนที่มาแจ้งข่าวดูไม่เหมือนคนร้ายเลย มิหนำซ้ำยังดูใจดีมีเมตตาอยู่บ้าง จนทำให้อดอยากเข้าใกล้ไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนจากไปจางซิ่วหลานกำชับฉินคุนให้ตั้งหลักอยู่ที่บ้าน ใครมาแจ้งข่าวก็ห้ามปล่อยให้จากไป ไม่แน่ว่าฉินคุนคงพาน้องชายและน้องสาวตามคนที่มาแจ้งข่าวไปแล้ว
แต่ฉินคุนก็พูดชมคนที่มาแจ้งข่าวไม่ออกจริง ๆ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนคำพูดใหม่
จางซิ่วหลานฟังแล้วไฟโทสะลุกโชนในดวงตา ยิ่งคิดจะลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้หมด
ผู้ดูแลประจำซื่อเหอย่วนคนที่สองฟังอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายจะเข้าใจ แต่ก็เหมือนไม่ได้เข้าใจทั้งหมด จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
คนอื่น ๆ ต่างส่งสายตาแสดงความเป็นห่วงมาให้ จางซิ่วหลานเม้มริมฝีปาก สมองหมุนเร็วจี๋ ควรจะพูดออกไปดีไหมนะ?
แต่ถึงไม่พูดออกไป อีกฝ่ายก็ไม่เคยหยุดคิดร้ายต่อครอบครัวของพวกเธอ สู้ทำให้เรื่องใหญ่โตไปเลยไม่ดีกว่าหรือ!
เมื่อจางซิ่วหลานคิดได้แล้วก็สูดน้ำมูก ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที ก่อนมองทุกคนแล้วพูดว่า
“เรื่องนี้พูดแล้วมันยาวน่ะ!”
“งั้นก็เล่าแบบย่อ ๆ สิ ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ผู้ดูแลประจำซื่อเหอย่วนคนที่สองร้อนใจจนตบมือไปมา เรื่องคืนนี้ช่างมีพิรุธเหลือเกิน
เว่ยฟางกับหนิงเสวี่ยก็เข้ามาใกล้ ก่อนหน้านี้พวกเธอยังรู้สึกว่าฉินคุนใจดำอยู่บ้าง แม้แต่แม่แท้ ๆ เกิดเรื่องก็ยังไม่ยอมไปดู แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกเธอจะเข้าใจฉินคุนผิดไป ที่แท้เรื่องนี้ก็มีเบื้องหลังอยู่นี่เอง
“ฉินมู่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉินต้าจ้วง สองสามีภรรยาฉินต้าจ้วงเอาลูกชายของพวกเขามาสับเปลี่ยนกับฉินมู่
ครอบครัวนั้นมีฐานะสูงส่งมาก เจ้าคนที่ถูกสับเปลี่ยนเข้ามากลัวว่าพวกเขาจะรู้เรื่องฉินมู่ จึงคอยลอบทำร้ายอยู่ไม่หยุด
