เจียงเหมยต้องไปทำงานทุกวัน แถมยังต้องกลับมาทำกับข้าวปรนนิบัติพ่อแม่ลูก ยุ่งจนแทบหมุนติ้วไม่มีความว่างเลยแม้แต่นิดเดียว
ถึงอย่างนั้นแม่สามีก็ยังไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ ใส่เจียงเหมย ทั้งวันเอาแต่ด่าว่าเจียงเหมยเป็นกาลกิณี กัดดวงสามีให้ตาย
อันที่จริงสามีของเจียงเหมยตายเพราะเข้าไปช่วยดับไฟครั้งใหญ่ในโรงงาน ตายไปไม่เพียงได้เลื่อนยศเป็นวีรชน ยังได้เงินสงเคราะห์ก้อนโตอีกด้วย
แต่แม่สามีเจียงเหมยรับเงินไปแล้วก็ไม่ยอมรับความจริงนี้ ทั้งวันเอาแต่ใช้ข้ออ้างนี้มาซ้อมแซมเจียงเหมย
ผู้อำนวยการหวังช่วยจางซิ่วหลานเก็บของไปพลาง เล่าเรื่องของเจียงเหมยให้ฟังเสียงเบาไปพลาง อดส่ายหัวไม่ได้
“ผู้ชายของเจียงเหมยไม่มีพี่น้องคนอื่นหรือ?” จางซิ่วหลานถามด้วยความสงสัย
“มีสิ สามีเจียงเหมยมีพี่ชายสองคน พี่สาวสามคน น้องชายอีกคนหนึ่งด้วย
แต่บ้านพวกนั้นเอาแต่อ้าปากพูด เรื่องอื่นไม่ยอมช่วยอะไรสักอย่าง คนพวกนั้นน่ะ ไม่มีใครดีสักคน”
ผู้อำนวยการหวังพูดด้วยความเอาใจช่วยไม่ขึ้น “เจียงเหมยเองก็ไม่เอาไหน ยอมทนรับสภาพแม่ผัวคนนั้น
ถ้าเจียงเหมยไม่อยากทน ยอมทิ้งหน้ายัดเยียดแม่แก่ไปส่งให้บ้านลุงป้าน้าอาของพวกเขา ต่อให้พวกนั้นไม่อยากเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงน่ะสิ
ยังไงก็ยังไง ก็ไม่ควรตกมาถึงเจียงเหมยที่เป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกสี่คนนี้หรอก”
จางซิ่วหลานพยักหน้า ก็ว่าอย่างนั้นน่ะสิ
ตอนเก็บของ จางซิ่วหลานแอบดูห้องหน้าบ้าน ที่นั่นแดดส่องไม่ถึง แถมหน้าต่างก็เล็ก
