บทที่ 18 คุณเห็นฉันเป็นอะไร
แม้ลุงเถียนจะบอกลูกสาวกับลูกเขยว่าจะดูแลภรรยาเอง แต่เถียนเสี่ยวฟางไม่ยอม เธอเป็นลูกสาว อีกทั้งยังไม่ได้อยู่ข้างกายแม่บ่อยนัก จะปล่อยให้แม่เข้าโรงพยาบาลแล้วไม่สนใจได้อย่างไร เธอจึงไปทำงานตอนกลางวัน พอตกกลางคืนก็มาเฝ้าแม่ เพื่อทำหน้าที่ลูกสาวให้เต็มที่
ส่วนกัวเซี่ยวเฉิงนั้น เพราะภรรยาไม่อยู่บ้าน สองวันนี้เขาจึงไม่กลับไปเลย เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเผชิญหน้ากับชิงอวี้อย่างไร พอเลิกงานก็ไปพักที่บ้านพ่อแม่
แม่เซี่ยวเฉิงเห็นลูกชายมาพักอยู่บ้านคนเดียวทุกวัน แถมยังทำหน้าเหมือนมีเรื่องหนักใจ แต่ก่อนลูกชายร่าเริงชอบขยับเขยื้อน ไม่อยู่นิ่ง ทว่าตอนนี้กลับกินข้าวได้นิดเดียว กินเสร็จก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง หรือว่าผัวเมียทะเลาะกัน? แต่ก็ไม่เหมือนนะ ตอนเธอไปเยี่ยมแม่ของลูกสะใภ้ที่โรงพยาบาล ลูกสะใภ้ก็ยังทำตัวเหมือนปกติ มองไม่ออกว่ามีอะไรผิดแปลก
เธอเล่าความข้องใจให้สามีฟัง สามีเอ่ยเพียงประโยคเดียวก็ทำให้เธอตาสว่าง “ตอนกลางคืนเสี่ยวฟางไม่อยู่บ้าน ผู้ชายคนหนึ่งกับพี่เลี้ยงสาวต้องเจอหน้ากันเช้าค่ำ จะอึดอัดใจก็ไม่แปลก”
แม่เซี่ยวเฉิงคิดดูแล้วก็จริงอย่างว่า จึงคิดจะให้ลูกชายพาหลานสาวกลับมาอยู่ด้วย
“สภาพร่างกายอย่างเธอจะเลี้ยงเด็กไหวหรือ? ฉันว่าเธอไปอยู่บ้านเซี่ยวเฉิงสักสองวันเถอะ ชิงอวี้เองก็ลำบาก ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวแล้วยังต้องทำกับข้าวอีก พวกเราสามคนว่างอยู่ที่นี่ มองเขาทำงานงก ๆ อยู่คนเดียว ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ” พ่อเซี่ยวเฉิงพูด
แม่เซี่ยวเฉิงได้ยินสามีพูดอย่างนั้นก็เห็นด้วย ตอนนี้อิ๋งอิ๋งกำลังเลี้ยงยาก ชิงอวี้ต้องดูแลลูกแล้วยังต้องทำงานบ้านอีก เมื่อก่อนพวกเขาสองคนเลิกงานแล้วไม่มีอะไรทำ ก็ยังช่วยดูแลเด็กได้บ้าง อย่างน้อยก็พอมีเวลาพักหายใจ ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียวทั้งกลางวันกลางคืน ก็ไม่ง่ายเลย
