เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นเยี่ยนตื่นแต่เช้า เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลเมื่อวานเลย กลับกระปรี้กระเปร่ากว่าปกติด้วยซ้ำ
กินมื้อเช้าเสร็จ เขาก็ขับรถเข้าไปในภูเขา วันนี้ตั้งใจมาดูว่าตรงไหนเหมาะกับการเดินขึ้นเขา ตรงไหนเหมาะทำลานสกี และควรสร้างรีสอร์ตน้ำพุร้อนไว้ตรงไหนถึงจะดีที่สุด
เมื่อรถแล่นมาถึงเชิงเขา รถสองข้างทางก็จอดเรียงกันเต็มไปหมด ล้วนเป็นรถของคนที่มาชมใบเมเปิล เสิ่นเยี่ยนขับลงจากถนนลูกรังไปข้างหน้าอีกไม่ไกลก็จอดรถ
วันนี้คนเยอะขนาดนี้ คงขับรถขึ้นเขาไม่ได้แล้ว เสิ่นเยี่ยนจึงหาทางเดินเล็ก ๆ ที่เคยใช้ตอนเด็ก แล้วอ้อมไปอีกฟากของภูเขา
ไหล่เขาทางเหนือเต็มไปด้วยโขดหินสูงต่ำลาดชัน อีกทั้งยังไม่ราบเรียบเหมือนหุบเขาทางใต้ ปีนขึ้นไปยากอยู่บ้าง แต่สำหรับเสิ่นเยี่ยนในตอนนี้ก็ยังถือว่าสบายมาก
พอปีนขึ้นไปได้ครึ่งทาง เขามองไปยังภูเขาที่อยู่ติดกันทางตะวันออก เห็นว่าพื้นลาดเขาค่อนข้างเรียบ ต้นไม้ก็ไม่หนาแน่นนัก น่าจะเหมาะกับการทำลานสกี
เมื่อปีนถึงยอดเขา เขาถ่ายรูปไว้สองสามภาพ จากนั้นก็เดินตามฝูงชนลงเขาผ่านหุบเขาที่ผู้คนมาชมใบเมเปิล
ตอนลงมาถึง ลานกรวดที่เขาจอดรถไว้ก็เต็มไปด้วยรถเอสยูวีหลากหลายรุ่นแล้ว
เขากำลังจะขึ้นรถ โทรศัพท์จากหลิวปินก็ดังเข้ามา “ลูกพี่ ผมมาถึงแถวนี้แล้ว รถจอดเต็มข้างทางเลยครับ”
“รถเต็มก็ดีแล้ว ขับต่อไปข้างหน้า ข้ามสะพานเล็ก ๆ ไปก็จะเห็นฉัน เดี๋ยวพาไปลุยกันสักรอบ”
ทั้งคู่ขับรถไปตามถนนอยู่พักหนึ่ง บนเส้นทางที่เสิ่นเยี่ยนใช้ขับลุยป่าเมื่อวาน ตอนนี้มีขบวนรถเข้ามาเที่ยวแล้ว ไม่นานก็จะเห็นนักท่องเที่ยวลงจากรถมาถ่ายรูปข้างทาง
