แสงแรกยามรุ่งสางส่องฟ้าใสไร้เมฆหมอก ทางเดินเลียบคลองมีเกล็ดน้ำค้างแข็งสีขาวบาง ๆ เกาะอยู่
วันนี้เสิ่นเยี่ยนตั้งใจจะไปพักบนเขาสักหลายวัน ตอนเช้าเขายังคงออกมาวิ่งริมคลองตามความเคยชิน ลูเจียหนิงเองก็ยังออกมาเวลาเดิมในช่วงหลายวันนี้
ทั้งสองมักจะวิ่งด้วยกันอยู่พักหนึ่งไม่มากก็น้อย พูดคุยกันถึงเรื่องสนุก ๆ ที่พบเจอหรือข่าวที่กำลังเป็นกระแส ราวกับกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว
หลังรับประทานอาหารเช้า เสิ่นเยี่ยนก็ขับรถไปบ้านคุณปู่
ก่อนเที่ยง เขาแวะเข้าไปในตัวอำเภอ เปลี่ยนยางรถเป็นยางออฟโรดที่เหมาะกับการลุยป่า เติมน้ำมันจนเต็มถัง เตรียมพร้อมขึ้นเขา
ระหว่างทางไปบ้านคุณปู่ ใบเมเปิลเปลี่ยนเป็นสีแดงไปแล้วครึ่งหนึ่ง ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้าน รถบนถนนก็ยิ่งมาก ส่วนใหญ่เป็นรถทะเบียนเมืองหยางเฉิง
เมื่อถึงบ้านคุณปู่ ท่านกำลังใช้น้ำร้อนลวกถอนขนไก่ ส่วนคุณย่ากำลังแช่เห็ดเฮเซลนัทตากแห้ง รวมทั้งวุ้นเส้นกับถั่วฝักยาวตากแห้ง เตรียมเอาไปตุ๋นหม้อใหญ่
เสิ่นเยี่ยนเรียกอาหมิงมาหา แล้วตั้งโต๊ะเล็กบนเตียงเตา มีไก่ตุ๋นเห็ดร้อน ๆ หนึ่งชาม ถั่วลิสงหนึ่งจาน และเหล้าขาวที่หมักบนเขาคนละถ้วย
อาหมิงนั่งขัดสมาธิบนเตียงเตา ยกถ้วยจิบเหล้าขาวไปอึกหนึ่ง “เห็นพวกหนุ่มสาวอย่างพวกเธอกลับมาแล้วฉันดีใจ ถ้าไม่กลับมา ฉันคงกลายเป็นคนหนุ่มที่สุดในหมู่บ้านไปแล้วล่ะ”
“เมืองใหญ่ก็ไม่ได้อยู่กันง่าย ๆ หรอกครับ ผมอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้แล้วไปไม่รอด ถึงได้กลับมานี่แหละ” เสิ่นเยี่ยนถ่อมตัว
“ฉันยังไม่ได้ชมเลย เธอก็ถ่อมตัวซะแล้ว ใครกันที่ไปไม่รอดแล้วกลับมาซื้อรถดี ๆ แบบนี้ได้ ฉันลองหาข้อมูลรถของเธอในอินเทอร์เน็ตแล้ว ถ้าไม่มีห้าแสนหยวนคงซื้อไม่ได้แน่ อยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้คงหาเงินได้ไม่น้อยสินะ?”
