เสิ่นเยี่ยนให้หลิวปินขับรถไปส่งที่ห้างว่านเซี่ยงฮุ่ย นัดดูตัวตอนเที่ยงที่ร้านอาหารตะวันตกบนชั้นห้าของห้าง
พอดูเวลา เขาก็มาถึงก่อนนัดยี่สิบกว่านาที เสิ่นเยี่ยนเลือกนั่งตรงริมหน้าต่าง ซึ่งมองเห็นร้านหม่าล่าทั่งฝั่งตรงข้ามได้พอดี
ผ่านไปสิบนาที หญิงสาวในเสื้อโค้ตสีเบจก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขา “ใช่เสิ่นเยี่ยนหรือเปล่าคะ?”
“สวัสดีครับ คุณจี้เจี๋ยใช่ไหม”
เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจแต่งรูปถ่ายที่ใช้ดูตัวให้สวยเกินจริง
จี้เจี๋ยถอดเสื้อโค้ตสีเบจพาดไว้บนพนักเก้าอี้ ข้างในสวมเสื้อยืดคอวีทันสมัย สวมสร้อยคอทองคำประดับหินรูปหยดน้ำ แต่งหน้าอ่อน ๆ ดูสดใสสะดุดตา
หลังนั่งลง จี้เจี๋ยก็เริ่มชวนคุยก่อน “ห้างว่านเซี่ยงฮุ่ยคึกคักจริง ๆ เปิดตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่เคยสังเกตเลย”
“เหมือนจะเปิดมาเกือบสองปีแล้วครับ คึกคักดีจริง ๆ คุณเดินทางมายังไง สะดวกไหมครับ?”
“นั่งรถไฟใต้ดินจากบ้านมาสะดวกมากค่ะ ได้ยินว่าคุณเพิ่งซื้อรถใหม่หรือคะ?”
“ซื้อรถเอสยูวีในประเทศมาคันหนึ่งครับ ถ้ามีเวลาก็อยากออกไปเที่ยวบ้าง”
“ได้ยินว่าหลังเรียนจบคุณทำงานอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้มาตลอด แถมอยู่ในวงการไฮเทคที่มีอนาคตไกล ทำไมถึงกลับเมืองหยางเฉิงล่ะคะ?”
“คงเพราะอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ไม่รุ่ง ถึงได้กลับมาน่ะครับ เดี๋ยวนี้ปัญญาประดิษฐ์ยังเขียนโปรแกรมได้แล้ว คนที่ถูกคัดออกก่อนก็พวกเราที่ทำงานเขียนโปรแกรมนี่แหละ” เสิ่นเยี่ยนตอบตามตรงอย่างสบาย ๆ
“คนทำงานเขียนโปรแกรมกลับมาเมืองหยางเฉิงแล้วหางานง่ายไหมคะ?”
เธอคงอยากถามว่าในอนาคตเขาจะมีงานมั่นคงหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขาไม่คิดจะทำงาน จะให้โกหกเธอก็ไม่ได้
