สีหน้าของลู่เจียหนิงทำให้เสิ่นเยี่ยนรู้สึกว่าเธอต้องมีเรื่องบางอย่างที่เขาไม่รู้แน่ ๆ
เขาจึงถามว่า “เธอต้องมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันอยู่ใช่ไหม?”
“มีความลับอยู่เรื่องหนึ่ง แต่คุณต้องรับปากฉันก่อนว่าจะให้ฉันเลี้ยงข้าวสักมื้อ เพื่อขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ถึงสองครั้ง” ที่จริงครั้งก่อนเสิ่นเยี่ยนช่วยเธอที่คลินิก แถมยังช่วยคุณปู่ด้วย ยังไงก็ต้องขอบคุณเขาสักหน่อย
“ช่วยไว้ตั้งสองครั้ง เลี้ยงแค่มื้อเดียว ไม่ขี้เหนียวไปหน่อยเหรอ?” เสิ่นเยี่ยนยิ้มเจ้าเล่ห์
“สองมื้อก็สองมื้อ แต่ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่นะ คุณห้ามกินจนฉันหมดตัวล่ะ” ลู่เจียหนิงคิดในใจว่าคนคนนี้ทำไมดูเจ้าเล่ห์นิด ๆ
“จะกินเมื่อไหร่ ให้ฉันเป็นคนตัดสินใจได้ไหม?”
“ได้สิ ขอแค่ฉันว่าง”
“ตอนนี้ฉันหิวแล้ว เธอห้ามบอกว่าไม่ว่างนะ”
“มื้อเช้าเนี่ยนะ คุณกำลังเล่นแง่อยู่หรือเปล่า?” ลู่เจียหนิงรู้ว่าเสิ่นเยี่ยนแค่ช่วยเธอประหยัดเงิน
“ไปกันเถอะ คนที่ไม่ยอมไปต่างหากถึงจะเรียกว่าเล่นแง่”
ลู่เจียหนิงจึงจำใจเดินตามเขาไป
เสิ่นเยี่ยนชี้ไปข้างหน้า “ข้างหน้ามีร้านอาหารเช้าหรู ๆ อยู่ร้านหนึ่ง เธอเคยไปกินไหม?”
“ร้านที่มีอาหารให้เลือกเยอะมาก แล้วก็เลือกตักเองได้ใช่ไหม?”
“ใช่ร้านนั้นแหละ ฉันกินเก่งนะ อย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกัน”
“ก็แค่มื้อเช้าเอง”
ทั้งสองมาถึงร้านอาหารเช้า ร้านกว้างขวางจริง ๆ แถมยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย พวกเขาหยิบถาดไปตักอาหารกันเอง
ลู่เจียหนิงเลือกนมถั่วเหลือง ปาท่องโก๋ ไข่ต้มชา และเครื่องเคียง ส่วนเสิ่นเยี่ยนไม่เหมือนเธอ เขาตักอาหารหลากชนิดจนเต็มถาด แถมยังสั่งเกี๊ยวน้ำชามใหญ่มาอีกชาม
