เสิ่นเยี่ยนติดต่อหาลู่เจียหนิง แต่เธอไม่รับสาย ส่งข้อความทางเวยซิ่นไปก็ไม่ตอบ
เมื่อติดต่อลู่เจียหนิงไม่ได้ เสิ่นเยี่ยนจึงต้องไปตามหาที่บ้านคุณปู่ แต่เธอก็ไม่ได้ไปที่นั่นเช่นกัน
เสิ่นเยี่ยนเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังคร่าว ๆ
คุณปู่เชื่อมั่นว่าตนมองเสิ่นเยี่ยนไม่ผิด จึงกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ปู่เชื่อว่าเธอไม่มีทางทำเรื่องผิดต่อหนิงหนิง”
“ขอบคุณครับคุณปู่ ผมเคยรับปากว่าจะดูแลหนิงหนิงให้ดี ผมไม่มีทางผิดคำพูดแน่นอนครับ”
“ไม่ต้องไปสนใจความคิดของคนอื่นหรอก ความสุขต้องอาศัยพวกเธอสองคนไขว่คว้ามาเอง”
……
หมู่บ้านวิลล่าซินซื่อจี้
ลู่เจียหนิงเดินวนไปมาอยู่ในห้องนั่งเล่น ฟู่ชิงเยี่ยนยืนมองอยู่ตรงประตู
“ลูกเชื่อเด็กคนนั้นขนาดนั้นเลยหรือ? เปิดร้านหม่าล่าทังแท้ ๆ แต่ไปใช้เงินมือเติบในนครเซี่ยงไฮ้ จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร
เขาต้องไปใช้จ่ายในโรงแรมหรูขนาดนั้นเพื่อจีบผู้หญิงแน่ ๆ
จางอี้ฝานจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมชีวภาพจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ เขามีอะไรไม่คู่ควรกับลูกหรือ? อีกอย่าง ธุรกิจของบ้านคุณอาจางก็ใหญ่โตมากในนครเซี่ยงไฮ้ ต่อไปลูกสองคนจะได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น”
ลู่เจียหนิงยังคงเดินวนไปมา
“พรุ่งนี้ลูกต้องไปเจอจางอี้ฝาน แม่ทำไปก็เพื่อหวังดีกับลูก พอเรียนจบแล้วลูกจะไม่ไปทำวิจัยที่หุบเขาโอสถนครเซี่ยงไฮ้หรือ? อยู่เมืองหยางเฉิงจะมีอนาคตอะไร? ต่อไปธุรกิจของเราก็ต้องอาศัยการสนับสนุนจากหุบเขาโอสถอยู่ดี แม่วางแผนเผื่ออนาคตไว้แล้ว”
ลู่เจียหนิงจูงมารดาไปนั่งบนโซฟา
“แม่ บอกความจริงกับหนูมาเถอะ เครือบริษัทยาของเรากำลังเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มี…”
“ไม่มีอะไรกัน แม่โกหกทีไร หนูดูออกตั้งแต่แวบแรกทุกที” ลู่เจียหนิงขัดฟู่ชิงเยี่ยน
ฟู่ชิงเยี่ยนถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ช่วงหลายปีมานี้คนเก่งลาออกกันมาก เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาก็น้อยลงเรื่อย ๆ ตอนนี้เราพึ่งพาการรับจ้างผลิตเป็นหลักเพื่อประคองมูลค่าการผลิต หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป คงยืนหยัดได้อีกไม่กี่ปี”
