สวีซุ่ยมองเห็นความผิดปกติของเขามาตลอด แต่เธอไม่ได้พูดอะไร ยังคงอยู่เป็นเพื่อนฉินหยุนโจวเงียบ ๆ
คนที่เจอวันนี้คงเป็นคนจากตระกูลกู้ไม่ผิดแน่
โลกใบนี้จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก จะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ บางครั้งคนที่ไม่อยากเจอกลับบังเอิญมาเจอกันเข้าโดยไม่คาดคิด
เหมือนกับเมื่อวานที่เธอบังเอิญเจอกู้ซู
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ฉินหยุนโจวยังไม่รู้เลย
สวีซุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจว่ายังไม่บอกเขาไปก่อน
ตกกลางคืน ยายฉินอุ้มเด็กสองคนไปนอนด้วย
หลังล้างหน้าแปรงฟัน ปิดประตูห้อง แล้วล้มตัวลงนอน ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดและเงียบสงัด
ทั้งสองนอนอยู่บนเตียง สวีซุ่ยสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มข้างกายยังไม่หลับเสียที
ฉินหยุนโจวดูเหมือนมีเรื่องในใจ ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ก็แทบไม่ได้พูดอะไรเลย
สวีซุ่ยพลิกตัว ยื่นมือไปโอบเอวสอบแข็งแรงของชายหนุ่ม แล้วแนบแก้มลงกับแผ่นหลังเขาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงกระซิบว่า “ถ้านอนไม่หลับ เราคุยกันหน่อยไหม”
ฉินหยุนโจวพลิกตัวกลับมา กอดสวีซุ่ยไว้แน่น ดึงเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ก่อนก้มหน้าซบลงกับอกของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย
“ซุ่ยซุ่ย เหมือนผมยังไม่เคยเล่าเรื่องตอนอยู่ตระกูลกู้ให้คุณฟังเลย”
“คุณอยากฟังไหม”
สวีซุ่ยเอนซบอยู่กับตัวเขา ส่งเสียงตอบรับเบา ๆ “อยากสิ”
“ฉันอยากรู้เรื่องในอดีตของคุณ”
ฉินหยุนโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกอดร่างบอบบางนุ่มนิ่มของเธอแน่นขึ้น แล้วค่อย ๆ เล่าเรื่องในอดีตของตัวเอง
“จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้เล่ามากหรอก มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ”
