หลังจากจัดให้คนชราและเด็ก ๆ ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว สวีซุ่ยก็ยังอดเป็นห่วงฉินหยุนโจวไม่ได้ เธอนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ อดไม่ได้ที่จะมองไปทางที่ฉินหยุนโจวยืนอยู่
เดิมทีเธอไม่แน่ใจว่าชายวัยกลางคนคนนั้นเป็นใคร แต่หลังจากสังเกตเห็นอารมณ์ของฉินหยุนโจวเปลี่ยนไป เธอก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง
ถึงชายคนนั้นจะไม่ใช่คนตระกูลกู้ ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลกู้แน่
บางที…เขาอาจเป็นผู้บังคับการกู้ก็ได้ แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร แต่บุคลิกที่แผ่ออกมานั้นหลอกกันไม่ได้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนจากกองทัพ
……
“ผู้หญิงที่อยู่ข้างคุณเมื่อกี้ คือทหารหญิงจากวงดนตรีและศิลปะที่คุณแต่งงานด้วยตอนอยู่ในกองทัพหรือ” กู้หลินซานมองข้ามฉินหยุนโจวไปยังรถจี๊ปที่จอดอยู่ไม่ไกล
ฉินหยุนโจวพยักหน้าเบา ๆ “ครับ”
กู้หลินซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ดูแล้วไม่ค่อยเหมือนที่เขาลือกันเท่าไร”
เขาจำได้ว่าทหารหญิงคนนั้นมีชื่อเสียงไม่ดีในกองทัพ เรียกได้ว่าเสียชื่อจนฉาวโฉ่ มีดีแค่ใบหน้าสวยสะดุดตา
น่าเสียดายที่จิตใจไม่ซื่อตรง
ฉินหยุนโจวฟังออกทันทีว่ากู้หลินซานกำลังสื่ออะไร เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เธอไม่เหมือนที่ลือกันจริง ๆ เธอเป็นคนดีครับ”
กู้หลินซานประหลาดใจ จึงมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง “หลายปีมานี้คุณเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนด้วยนิสัยของคุณ คงพูดอะไรแบบนี้ไม่ออก”
ปกติเขางานยุ่ง แม้จะไม่ค่อยมีเวลาดูแลครอบครัว แต่เด็กคนนี้ก็เรียกได้ว่าเขาเห็นมาตั้งแต่เล็ก นิสัยสุขุมเก็บตัว ไม่วู่วาม ไม่กระวนกระวาย
