“มาเลย มาดูกันว่าใครจะฉีกใครเป็นชิ้น ๆ”
ยายฉินไม่กลัวแม้แต่น้อย แม้จะใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปี แต่ช่วงหลายปีนั้นเธอก็ไม่ได้เอาแต่ว่างเว้น ยังออกไปเต้นรำอยู่บ่อย ๆ ร่างกายจึงแข็งแรงกระฉับกระเฉง
คุณยายคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยายโจวเป็นแม่ของผู้บังคับกองพัน แม้จะเป็นแม่เลี้ยง แต่ก็ยังเป็นแม่ จะปล่อยให้ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยไม่ได้
ส่วนอีกคนก็ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน แต่แค่เห็นบุคลิกก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว ไหนจะเครื่องวิทยุที่ใช้อีก ไม่เพียงมีหลายคลื่น คุณภาพเสียงยังดี แถมสัญญาณก็เสถียรด้วย
ของแบบนี้ไม่มีขายในเมืองเล็ก ๆ ของพวกเธอเลย ที่มาของยายฉินคนนี้คงไม่ธรรมดาเช่นกัน ไม่ใช่คนที่พวกเธอจะไปหาเรื่องได้
ดังนั้นจึงจำใจต้องฝืนเข้าไปห้ามทั้งคู่
“หยุดเถอะ หยุดก่อน มีเรื่องอะไรก็นั่งลงคุยกันดี ๆ ค่อย ๆ ปรึกษากัน”
ทว่ายายโจวกับยายฉินต่างก็ไม่ใช่คนยอมใครง่าย ๆ พอทั้งคู่ลงไม้ลงมือกันแล้ว จะปล่อยให้คนอื่นเข้ามายุ่งได้อย่างไร คนทั่วไปไม่มีทางห้ามพวกเธออยู่
ไม่นานทั้งสองก็เข้าไปพัวพันตะลุมบอนกัน คนละหมัดคนละที เธอกระชากผมฉัน ฉันก็ข่วนหน้าเธอ
ตีกันไปตีกันมา ทั้งคู่ก็ล้มลงไปกองกับพื้น ตอนแรกยายโจวคร่อมยายฉินแล้วทุบตีอย่างหนัก
แต่ไม่นานยายฉินก็ผลักยายโจวออกอย่างแรง พลิกขึ้นไปคร่อมแทน แล้วตบหน้าซ้ายขวาไม่ยั้ง
ทั้งสองด่าทอกันไม่หยุด ไม่นานตามตัวก็มีบาดแผล ดูไม่ต่างจากหญิงแก่คลุ้มคลั่ง
