ฉินหยุนโจวเงียบไปครู่หนึ่ง “รออีกสักพักเถอะ”
อีกเพียงเดือนสองเดือน สวีซุ่ยก็จะคลอดลูกแล้ว
“รอเธอคลอดลูกก่อน ฉันค่อยไป”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน พอขาหายดีเขาคงรีบกลับกองทัพทันที แต่ตอนนี้…
ฉินหยุนโจวอดมองเรือนร่างของสวีซุ่ยที่นับวันยิ่งอุ้ยอ้ายขึ้นไม่ได้
ถ้ากลับกองทัพหลังปีใหม่ อีกไม่กี่เดือนลูกก็จะคลอด ถึงตอนนั้นเขาอาจลางานกลับมาหาเธอกับลูกทั้งสองไม่ได้ด้วยซ้ำ
ถึงตอนนั้นสวีซุ่ยก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว และพาลูก ๆ ไปเมืองหลวง ยิ่งยากจะได้เจอกันเข้าไปใหญ่
สวีซุ่ยเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมชัดของฉินหยุนโจว แม้ในใจจะอาลัย แต่ก็ไม่อยากให้กระทบกับหน้าที่การงานของเขา “เลื่อนกลับไปนานขนาดนี้ จะไม่ส่งผลอะไรเลยหรือ”
“ไม่หรอก วางใจเถอะ” ฉินหยุนโจวยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า
แค่เดือนสองเดือนเอง ถือเสียว่าขาของเขายังไม่หายดี ต้องพักรักษาตัวต่อก็แล้วกัน
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนติดบ้าน แต่หลังจากขาบาดเจ็บและมาพักรักษาตัวที่นี่ เขากลับพบว่าตัวเองเปลี่ยนไปไม่น้อย ค่อย ๆ รู้สึกไม่อยากจากไปเสียแล้ว
คนตระกูลฉินอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ คนเยอะก็ย่อมมีเรื่องขัดแย้งกันบ้าง แต่เรื่องพวกนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร กลับทำให้ที่นี่มีบรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ผู้คนรอบตัว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ต่างก็มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
ที่นี่ยังมีสวีซุ่ย มีลูกทั้งสองของพวกเขา รวมถึงพ่อแม่และญาติพี่น้องที่เป็นห่วงเขา
ไม่เหมือนบ้านที่เมืองหลวงเมื่อก่อน
ที่นั่นให้ความรู้สึกเย็นชา ไร้ชีวิตชีวา ไม่มีไออุ่นของมนุษย์แม้แต่น้อย
