สวีซุ่ยย่อตัวลง กอดเด็กคนละข้างไว้ในอ้อมแขน แล้วลูบหัวเล็ก ๆ ของพวกเขาเบา ๆ
“เหยียนเหยียน เยาเยา ตั้งแต่มะรืนนี้ไป แม่จะพาพวกหนูไปโรงเรียนนะ ดีไหมจ๊ะ?”
“ที่โรงเรียนมีเพื่อนตัวเล็ก ๆ อายุเท่าพวกหนูตั้งหลายคน เล่นด้วยกันได้ แล้วยังมีคุณครูสอนให้อ่านออกเขียนได้ เล่านิทานให้ฟัง แล้วก็สอนวาดรูปด้วย”
ดวงตาของเหยียนเหยียนกับเยาเยาพลันเป็นประกายขึ้นมา
“จริงเหรอคะแม่ ถ้าไปโรงเรียนแล้ว พวกเราก็เขียนจดหมายถึงพ่อได้ใช่ไหมคะ?”
พ่อเขียนจดหมายกลับมาทุกเดือน แต่พวกเขาอ่านไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ จึงเขียนจดหมายตอบพ่อไม่ได้
พวกเขาไม่เคยเจอพ่อ ได้แต่ดูรูปถ่ายของพ่อเท่านั้น
ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อจะกลับบ้านเมื่อไหร่
“ได้สิ พอพวกหนูเขียนหนังสือเป็นแล้ว แม่จะให้เขียนจดหมายส่งไปหาพ่อนะ” สวีซุ่ยเองก็ไม่คิดว่าปฏิกิริยาแรกของเด็กทั้งสองหลังรู้ว่าจะได้เรียนหนังสือ คืออยากเขียนจดหมายถึงฉินหยุนโจว
ตลอดสองปีกว่ามานี้ ฉินหยุนโจวไม่เคยกลับมาเลยสักครั้ง ปีที่แล้วตอนออกปฏิบัติภารกิจ เขายังประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล นอนรักษาตัวอยู่หลายเดือน
ถ้าตอนโทรศัพท์เธอไม่สังเกตว่าเสียงของเขาผิดปกติ ก็คงถูกเขาหลอกจนไม่รู้เรื่องแล้ว
ยังดีที่คราวนี้อาการไม่หนักเท่าครั้งก่อน พักฟื้นอยู่ไม่กี่เดือนก็หายดี
ปีนี้เขายิ่งยุ่งกว่าเดิม คงกลับมาเจอเธอกับลูก ๆ ไม่ได้เหมือนกัน
คงต้องรอให้เธอเรียนจบก่อน แล้วค่อยพาเด็กทั้งสองไปหาเขาที่กองทัพ
ตู้เหมยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง คิดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเอ่ยเสียงเบา “พี่สะใภ้ เหยียนเหยียนกับเยาเยาอายุเท่านี้ก็ไปโรงเรียนแล้ว จะไม่เด็กเกินไปหน่อยเหรอคะ?”
