แท้จริงแล้วในใจของสวีซุ่ยมีแผนไว้แล้ว เธอจับมือหวังอิ๋นฮวา “แม่ เปลี่ยนคนไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้ฉันรับปากเขาไปแล้ว แถมยังเป็นฉันที่ไปหาเขาก่อนด้วย”
“ตอนนี้ทางบ้านเซี่ยวเหมยก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้าฉันกลับคำกลางคัน ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“เพราะงั้นฉันคิดว่า ในเมื่อยังมีเวลา ก็ให้เซี่ยวเหมยเรียนรู้วิธีดูแลเด็กให้มากหน่อย แต่จะให้เรียนยังไง คงต้องรบกวนพวกแม่ ๆ ที่มีประสบการณ์ช่วยสอนเธอให้ดีแล้วล่ะค่ะ”
ตอนที่เซียวเฟินพูดเรื่องพวกนั้นเมื่อเช้า เธอก็รู้ตัวจริง ๆ ว่าคิดไม่รอบคอบไปบ้าง
แต่ถ้าถามว่าคิดจะเปลี่ยนเซี่ยวเหมยเป็นคนอื่นไหม เธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลย
ในช่วงหลายปีที่อยู่ยุคปัจจุบัน ตอนแรกเธอเก็บขยะไปขายของเก่าเลี้ยงตัวเอง พอโตขึ้นก็เริ่มทำธุรกิจจนมีบริษัทเป็นของตัวเอง นับว่าเป็นนักธุรกิจคนหนึ่ง
สิ่งสำคัญที่สุดของนักธุรกิจคือความซื่อสัตย์ เรื่องนี้เธอย่อมรู้ดี
ที่เพิ่งคุยเรื่องพวกนี้กับแม่ ก็เพราะอยากให้แม่ช่วยคิดว่าจะฝึกอบรมเซี่ยวเหมยอย่างไร
อย่างไรเสียเซี่ยวเหมยก็ไม่มีประสบการณ์ อีกทั้งยังไม่แต่งงาน จู่ ๆ ก็ให้ช่วยเลี้ยงเด็กสองคน ไม่ต้องพูดถึงคนที่ไม่มีประสบการณ์เลย ต่อให้เป็นคนมีประสบการณ์ก็คงวุ่นวายมือไม้พันกันแน่
หวังอิ๋นฮวาสงบใจลง คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ในท้องลูกมีเด็กสองคน ให้เซี่ยวเหมยช่วยดูแลก็ดีจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เธอยังสาว ขยันขันแข็ง ทำงานเก่ง เด็ก ๆ งอแงตอนกลางคืน เธอก็ยังสาว ลุกขึ้นมาดูแลได้สะดวกกว่า”
