นี่ตั้งใจจะตัดขาดกับทางบ้านในชนบทอย่างเด็ดขาดแล้วสินะ
เซียวเฟินถอนหายใจ “ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”
“ก่อเรื่องกันขนาดนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย ต่อไปตู้เหมยก็คงตัดขาดกับพ่อทางนั้นอย่างเด็ดขาด แต่มีพ่อกับน้องชายแบบนั้น ตัดขาดไปก็ดีแล้ว”
เพียงแต่ต่อไปคนคนนี้คงต้องอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
พูดตามตรง เธอก็เห็นใจเรื่องที่ตู้เหมยต้องเจอ แต่บ้านนี้คงเลี้ยงคนเพิ่มไปตลอดไม่ได้ เพราะยุคนี้แม้แต่คนในเมืองก็ยังใช้ชีวิตลำบาก
“จริงสิ ซุ่ยซุ่ย เธอตั้งใจจะให้ตู้เหมยมาช่วยเลี้ยงลูกจริง ๆ เหรอ” เซียวเฟินนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงอดถามไม่ได้
“ต้องเสียเงินเท่าไหร่กัน อีกอย่างเธอยังเป็นสาวโสดไม่แต่งงานด้วยซ้ำ จะรู้วิธีดูแลเด็กหรือ”
“ไม่อย่างนั้นให้แม่ช่วยดูแลดีกว่าไหม คนสูงวัยมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมากกว่า ให้สาวบริสุทธิ์ที่ยังไม่แต่งงานมาช่วยดูแล ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกตู้เหมย แต่สิ่งที่พูดล้วนเป็นความจริง
สวีซุ่ยเงยหน้ามองเซียวเฟิน แวบเดียวก็ดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ “พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ไม่ได้เริ่มเล็งงานของแม่ไว้ตั้งแต่ตอนนี้หรอกใช่ไหม”
“แม่เพิ่งไปทำงานที่โรงงานทอผ้าได้ไม่ถึงเดือนเอง พี่ใจร้อนไปหน่อยหรือเปล่า”
เมื่อถูกเปิดโปงความคิด เซียวเฟินก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป เธอจึงพูดออกมาตรง ๆ
“งั้นเธอลองฟังดูสิว่าที่ฉันพูดมีตรงไหนไม่มีเหตุผล”
“ลูกใครคนนั้นก็ย่อมรัก ยิ่งในท้องเธอไม่ได้มีลูกแค่คนเดียว เธอจะวางใจให้สาวน้อยที่ไม่เคยดูแลเด็กมาช่วยดูแลลูกได้ยังไง”
