“เอาล่ะแม่ วางใจเถอะ ฉันไม่ทำหรอก”
สวีซุ่ยรีบปลอบหวังอิ๋นฮวา ถ้าเธอยังไม่ได้แต่งงาน เธอคงหาคู่ที่เหมาะสมสักคนในมหาวิทยาลัย เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่คนที่คิดจะครองตัวเป็นโสด ในเมื่อคิดจะหาแล้ว ก็ต้องหาคนที่เหมาะที่สุดในมหาวิทยาลัย
โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำ ย่อมไม่ขาดหนุ่มสหายที่เก่งกาจรอบด้าน
แต่ตอนนี้เธอมีทั้งสามีและลูกแล้ว จะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร
หวังอิ๋นฮวายังไม่เชื่อ เธอรู้ดีกว่าใครว่าลูกสาวตัวเองเป็นคนอย่างไร ถึงอย่างไรก็เป็นลูกสาวของตัวเอง อย่างไรก็ต้องรักษาหน้าให้กันบ้าง
เธอโบกมือ ปากบอกว่าเชื่อ แต่คำพูดยังคงเต็มไปด้วยความไม่วางใจ
“เอาละ ๆ แม่เชื่อเจ้า”
“แต่เรื่องไร้ศีลธรรมแบบนี้ เราทำไม่ได้นะ ไม่ว่าข้างนอกจะมีสิ่งล่อตาล่อใจมากแค่ไหน เจ้าก็ต้องรักษาใจให้มั่น อย่าปล่อยให้คนข้างนอกมาทำให้ตาพร่ามัว”
“ตอนนี้แม่ชอบหยุนโจว ลูกเขยคนนี้ที่สุดแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนคนใหม่อีก”
ช่วงหลายวันนี้ หยุนโจวทำได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะในฐานะสามีหรือพ่อของลูก
สวีซุ่ย “……”
“แม่ ฉันรู้แล้ว” เธอยิ้มอย่างจนใจ
ใครจะหาคู่โดยหวังให้ต้องหย่าร้างกัน ถ้าฉินหยุนโจวดีกับเธอและลูกไปตลอดชีวิต เธอก็ไม่มีทางยอมทิ้งชีวิตแต่งงานนี้ง่าย ๆ อยู่แล้ว
แม่ของเธอกังวลเกินไปจริง ๆ
แม่ลูกคุยกันอยู่พักหนึ่ง
คุยไปคุยมา หวังอิ๋นฮวาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูสวีซุ่ย “จริงสิ แม่สามีของเจ้าบอกหรือเปล่าว่าจะให้เจ้าอยู่เดือนคลอดกี่วัน”
