ตู้เหมยเม้มปากยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะป้า หนูไม่เหนื่อยหรอก”
“ปกติคุณยายฝ่ายแม่ก็อยู่ข้าง ๆ คอยช่วยหนูด้วยค่ะ ตรงไหนที่หนูไม่เข้าใจ ท่านก็สอนหนูอย่างตั้งใจ ป้าวางใจได้เลยค่ะ”
ดูแลเด็กสองคนก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน ทั้งเปลี่ยนผ้าอ้อม ซักผ้าอ้อม ป้อนนม กลางดึกยังต้องลุกขึ้นมาปลอบลูก…แถมยังต้องปลอบพร้อมกันถึงสองคน แต่พูดตามตรง ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน ในใจก็ยังรู้สึกมั่นคง
ตอนนี้เธอหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยสองมือของตัวเอง ไม่ได้ต้องพึ่งคุณยายฝ่ายแม่ช่วยเหลือเหมือนเมื่อก่อน และไม่ต้องพึ่งใครอีก ในใจจึงรู้สึกมั่นคงมาก
ลูกพี่ลูกน้องชายคนที่สองกับสะใภ้ลูกผู้ดองค์สองดีกับเธอมาก จ่ายเงินเดือนให้เธอเดือนละยี่สิบหยวน
เงินเดือนนี้แทบจะสูงพอ ๆ กับเงินเดือนของป้าสะใภ้ที่โรงงานทอผ้าแล้ว สูงกว่าเงินเดือนที่คุณยายฝ่ายแม่กวาดถนนเกือบสองเท่า แถมยังมีข้าวกินมีที่พักให้ด้วย หากทำแบบนี้ต่อไปอีกสักสองสามปี เธอก็จะเก็บเงินได้ก้อนโตไม่น้อย
หวังอิ๋นฮวาเห็นว่าตู้เหมยพูดอย่างจริงใจ อีกทั้งยังเหลือบมองเด็กสองคนในเปลที่ดูออกว่าได้รับการดูแลอย่างดี จึงแอบถอนหายใจโล่งอก
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว ป้ากลัวหนูไม่ชิน เลยคิดว่าจะมาถามดูสักหน่อย”
ตู้เหมยอยู่ข้างยายเฒ่ามานาน จึงรู้ว่าหวังอิ๋นฮวาดูเหมือนมาเป็นห่วงเธอ แต่ที่จริงแล้วมาเช็กว่าเธอดูแลเด็กสองคนได้ดีแค่ไหน
เธอเม้มปากยิ้ม “ป้าวางใจเถอะค่ะ หนูจะดูแลพี่น้องเหยียนเหยียนกับเยาเยาให้ดีค่ะ”
คุณยายฝ่ายแม่เคยบอกว่า ในเมื่อเลือกทำงานนี้แล้ว ก็ต้องช่วยเขาทำให้ดีที่สุด ทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัว จะหลอกใครก็ห้ามหลอกคนในบ้านตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็มีแต่จะทำลายความไว้ใจและความห่วงใยที่ลูกพี่ลูกน้องกับสะใภ้ของเขามีให้เธอ
