ฉินหยุนโจวใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไปนั่งที่ขอบเตียงด้านหลังสวีซุ่ย เขามองเธอผ่านกระจก ใบหน้างดงามของสวีซุ่ยทำให้ใจเขาหวั่นไหวไปชั่วขณะ สายตาจึงเผลอมองเธออย่างห้ามไม่อยู่
“บนตัวคุณ... ไม่มีตรงไหนไม่สบายใช่ไหม”
แม้หมอที่สถานพยาบาลจะตรวจสวีซุ่ยหลายครั้งแล้ว และยืนยันว่าเธอไม่เป็นอะไร
แต่พอนึกถึงเรื่องที่วันนี้เธอเกือบเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
หลังกลับถึงบ้าน คนในบ้านต่างพากันล้อมสวีซุ่ยซักถาม ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสได้อยู่กันตามลำพัง เขาเลยยังไม่ได้ถามถึงความกังวลที่อยู่ในใจออกไป
ตอนนี้ในที่สุดก็รอจนถึงช่วงใกล้เข้านอน ประตูห้องปิดลง ทั้งสองได้อยู่กันตามลำพังในห้องของตัวเองเสียที
สวีซุ่ยชะงักมือที่กำลังหวีผม แล้วมองไปในกระจกเช่นกัน ใบหน้าสุขุมและเก็บอารมณ์ของชายหนุ่มยามปกติ ตอนนี้กลับเผยความกังวลออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ราวกับมีบางอย่างสะกิดใจเธอ ความรู้สึกแปลกประหลาดพลันผุดขึ้นและค่อย ๆ ไหลผ่านหัวใจ
“วางใจเถอะ ถ้าฉันรู้สึกไม่สบายตรงไหน ฉันจะบอกคุณเป็นคนแรกแน่นอน” สวีซุ่ยหันมายิ้มให้ฉินหยุนโจว ดวงตาสุกใสกระจ่าง
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวันทำให้เขาตกใจจริง ๆ
ร่างกายที่เกร็งเครียดของฉินหยุนโจวค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ก้อนหินใหญ่ในใจก็หล่นตุ้บลงพื้นในที่สุด
แต่เขาก็ยังไม่ค่อยวางใจ จึงกำชับเธออย่างจริงจังอีกครั้ง “อืม ถ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหน จำไว้ว่าต้องบอกฉันทันที”
“อย่าคิดว่าดึกแล้วจะไปรบกวนใคร สุขภาพของคุณสำคัญที่สุด”
