เธอมีชีวิตมานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสาวงามหน้าตาดีขนาดนี้
ไม่สิ อีกฝ่ายเป็นแม่ลูกสองแล้วต่างหาก
มองดูแล้วก็ยังเหมือนสาวน้อยวัยสิบแปดสิบเก้าอยู่เลย ถ้าไม่มีใครบอก ใครจะเดาได้ว่าเธอแต่งงานมีลูกแล้ว
ตอนที่จากกองทัพไป ชูยากับหลิวจางยังไม่ได้แต่งงานกัน สวีซุ่ยจึงไม่เคยพบชูยามาก่อน พอได้เห็นตัวจริงในวันนี้ก็อดแปลกใจไม่ได้
เธอเม้มปากยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณนะ รอฉันแป๊บหนึ่ง ฉันจะพาคนอื่นไปด้วย”
สิ้นเสียง จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบเล็กน้อยดังมาจากไกลแล้วใกล้เข้ามา
สวีซุ่ยเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ และสบเข้ากับใบหน้าคุ้นเคยในทันที เธอชะงักไปทั้งตัว ครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
“ซุ่ยซุ่ย...”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่คุ้นเคยของชายหนุ่มดังขึ้นฉับพลัน แฝงด้วยความคิดถึงอันหนักอึ้งที่ยากจะคลาย
ไม่มีคำพูดมากมาย มีเพียงประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว แต่กลับทำให้สวีซุ่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแสบจมูก ขอบตาแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย
“ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว” เธอก้าวเข้าไปหาเขาโดยไม่รู้ตัว
สวีซุ่ยมองชายหนุ่มตรงหน้า เกือบจะอดใจไม่ไหวพุ่งเข้าไปซบอกเขา แต่เหตุผลบอกเธอว่ารอบข้างยังมีคนอื่นอยู่ อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นกลางวันแสก ๆ ต่อให้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่ควรกอดจูบกัน
ฉินหยุนโจวเพิ่งกลับจากภารกิจถึงกองทัพ ยังไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด เครื่องแบบทหารเปื้อนฝุ่นและคราบเหงื่อ คางมีตอหนวดเคราสีคล้ำขึ้น ใต้ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ร่างกายดูผอมลงไปหลายส่วน
