ทุกวันนี้ชีวิตในชนบทลำบากมาก มีคนอดตายอยู่ไม่น้อย
ตั้งแต่หลิวเฟิ่งแต่งเข้ามาอยู่ในเมือง เธอก็ไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือคนในครอบครัวเดิมที่อยู่ชนบทอีกเลย คนในครอบครัวเดิมเกลียดเธอแทบตาย
พูดโดยรวมแล้ว เธอคงกลับไปหาครอบครัวเดิมไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนครอบครัวสามี เหอเฉวียนตัดสินใจแล้วว่าจะหย่ากับหลิวเฟิ่ง ถ้าไม่ยอมหย่าก็ไม่เป็นไร
เขาจะไล่สองสามีภรรยาออกจากบ้านให้หมด ต่อไปอย่ามาปรากฏตัวให้ขัดหูขัดตาเขาอีก
“ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ดี ทางเราก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน งั้นรีบจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเสียเถอะ อิ๋นฮวา พรุ่งนี้สะดวกไหม ให้หลิวเฟิ่งกับเถียนฮวาไปทำเรื่องที่โรงงานทอผ้าพรุ่งนี้เลย”
ยายฉินรู้ดีว่าหวังอิ๋นฮวามีความสามารถแค่ไหน
เขาว่ากันว่าหน้าบ้านแม่ม่ายมักมีเรื่องวุ่นวาย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่ม่ายที่สวยด้วยแล้ว
ถ้าไม่มีความสามารถอยู่บ้าง จะเลี้ยงลูกสามคนจนโตได้อย่างไร จะจัดหางานให้ลูก ๆ ได้อย่างไร
หวังอิ๋นฮวาก็คิดแบบเดียวกัน รีบจัดการเรื่องให้เสร็จเร็วเท่าไรก็ยิ่งสบายใจเร็วเท่านั้น
เธอพยักหน้า “วางใจเถอะค่ะ คุณป้า เรื่องงานก็ตกลงกันตามนี้ค่ะ”
……
หลังจากตกลงเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หวังอิ๋นฮวาก็ยังไม่รีบกลับ แต่ยื่นถุงผ้าใบใหญ่ตุง ๆ ที่ถืออยู่ให้ลูกสาว
“แม่เห็นว่าท้องของลูกใหญ่ขึ้นทุกวัน เสื้อผ้าชุดเดิมคงเหลือไม่กี่ชุดที่ใส่ได้แล้ว”
“แม่เลยตัดชุดใหม่ให้ลูก อย่างน้อยก็น่าจะใส่ได้จนลูกอายุครรภ์หกเดือนกว่า ๆ ถึงตอนนั้นถ้าใส่ไม่ได้แล้ว แม่จะเอาไปแก้ให้ขยายขึ้นอีกหน่อย ลูกก็ยังใส่ต่อได้”
