ฉินหยุนโจวเหลือบมองท้องของสวีซุ่ย แล้วถามซ้ำอีกครั้ง “แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจริง ๆ”
เมื่อกี้เขาเห็นเธอเอามือลูบท้องตลอดเวลา
“ไม่มีอะไรค่ะ” สวีซุ่ยส่ายหน้าอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอเบาและนุ่มนวล แต่ก็ทำให้คนฟังไม่อาจมองข้าม
“น่าจะใกล้ถึงอำเภอแล้วใช่ไหมคะ”
ว่าไปแล้ว เธอทะลุเข้ามาในหนังสือเล่มนี้ได้สิบกว่าวันแล้ว
ที่ไกลที่สุดที่เธอเคยไปก็แค่ในเมือง ยังไม่เคยไปอำเภอมาก่อน
แต่ตลอดทาง สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
อากาศร้อนระอุ ผืนดินแตกระแหง ภูเขาและท้องทุ่งเต็มไปด้วยซากแห้งเหี่ยว ถนนแทบไม่มีคนเดินผ่าน มีก็แค่ไม่กี่คนที่หิวโซแทบสิ้นลม เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก น่ากลัวสุด ๆ
แล้วก็ยังมีพวกไม่กลัวตายอีกจำนวนหนึ่ง
เจอรถวิ่งผ่าน ก็จะยกถ้วยเปล่าวิ่งมาขวางกลางถนน ขอให้คนใจดีสงเคราะห์อะไรสักอย่าง
เมื่อกี้พวกเขาก็เจอคนแบบนั้นสองสามคน
ตอนแรก เธอนึกว่าฉินหยุนโจวจะลงไปให้เงินพวกเขาสักหน่อย
แต่เขากลับไม่ทำ กลับเลี้ยวหลบพวกนั้น แล้วเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอน วิธีทำแบบนี้จริง ๆ แล้วถูกต้อง ไม่ได้แปลว่าใจร้าย แต่เพราะหากลงจากรถไปช่วยสักคนหนึ่ง จะต้องมีอีกนับไม่ถ้วนกรูเข้ามา
ฉินหยุนโจวมองดูถนนรอบ ๆ “อืม ใกล้ถึงแล้ว”
“เลี้ยวอีกโค้งก็ถึง”
ที่ตั้งของหน่วยทหารค่อนข้างห่างไกล อยู่ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทางไกล หากขี่จักรยานไปอำเภอ คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงจะไปถึง
