"ฉันคิดว่าหลังจากที่ร่างกายคงที่แล้ว จะกลับไปบ้านเกิดสักพัก เธอจะกลับไปกับฉันไหม"
ตั้งแต่วันที่ฟื้นขึ้นมาบนเตียงคนไข้
ผู้นำของหน่วยทหารก็มาเยี่ยมเขาเช่นกัน ทั้งยังพูดคุยกับแพทย์ทหารเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขา แล้วถามความสมัครใจของเขา
สถานการณ์ไม่ได้แย่ ขาของเขายังมีโอกาสฟื้นตัว อีกทั้งครั้งนี้เขาช่วยชีวิตคนไว้ไม่น้อย และทำภารกิจสำเร็จเพียงลำพัง ได้รับการเชิดชูเกียรติระดับสาม รวมถึงผลงานดีเด่นตลอดหลายปีในหน่วยทหาร
หน่วยทหารจึงเสนอทางเลือกสองทางให้เขา
ทางที่หนึ่ง รับเงินก้อนหนึ่ง ย้ายงานกลับไปบ้านเกิด โดยย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานียุ้งฉางประจำอำเภอ หรือไม่ก็ไปเป็นรองผู้จัดการโรงงานเครื่องจักรกล
ทางที่สอง อนุมัติให้ลาป่วยรักษาตัว เมื่อแผลหายดีและร่างกายฟื้นฟูสมบูรณ์แล้วจึงกลับมาประจำการที่หน่วยทหาร
ในช่วงที่ลาพักรักษานี้ บ้านในเขตบ้านพักครอบครัวและตำแหน่งของเขาจะยังคงไว้ สวัสดิการเงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือน รวมถึงเงินชดเชยจากการบาดเจ็บครั้งนี้จะยังจ่ายตามปกติ
แต่หากอาการบาดเจ็บของเขาไม่ฟื้นตัว หรือแม้ฟื้นตัวแล้วกลับมาที่หน่วยทหารแต่ตามแผนการฝึกไม่ทัน ก็ต้องปลดประจำการออกไป และเกรงว่าจะไม่ได้รับสิทธิ์การย้ายงานที่ดีเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานียุ้งฉางนั้นไม่ได้ธรรมดาเลย ไม่เพียงมีผลประโยชน์แฝงมากมาย แต่ยังได้ค่าตอบแทนดี ในยุคที่ขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้านี้ย่อมเป็นการงานมั่นคงที่ใครๆ ต่างหมายปอง
เมื่อได้นั่งตำแหน่งนั้น ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น อย่างน้อยที่สุดชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก็จะดีขึ้นไม่น้อย
