หลังจากเรื่องนั้น ตระกูลหลิวถึงได้รู้ตัวว่าถูกหลิวเฟิ่งหลอก จึงจับเธอไปแต่งกับชายโสดอายุสี่สิบกว่าในชนบท สินสอดมีเพียงหนึ่งหยวนกับไข่สองฟอง
สำหรับชายโสดคนนั้น หนึ่งหยวนกับไข่สองฟองนับเป็นทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี ในความคิดของเขา ช่วงทุพภิกขภัย เขาเสียเงินกับอาหารไปตั้งมากมายเพื่อแต่งผู้หญิงคนหนึ่งกลับบ้าน ก็เพื่อให้เธอปรนนิบัติเขาอย่างดี ให้กำเนิดลูกชาย และทำให้ที่นอนอบอุ่น
ใครจะคิดว่าคืนนั้นหลิวเฟิ่งจะหนีไป เธอขโมยทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลิว ทั้งยังตีชายโสดที่คิดจะล่วงเกินเธอจนสลบ จากนั้นก็รื้อค้นอาหารที่เหลืออยู่ในบ้านเขาไปจนหมด แม้แต่ผ้าสักชิ้นก็ไม่ยอมเหลือไว้ ก่อนจะฉวยโอกาสหนีไปในความมืดตลอดทั้งคืน
ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอหนีไปอยู่ที่ไหน
ตามหลักแล้ว หากไม่มีบัตรประจำตัวแนะนำตัว เธอก็น่าจะหนีไปไหนไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเธอไปหาบัตรมาได้อย่างไร สุดท้ายก็หนีไปได้จริง ๆ
พอรู้ข่าวนี้ หวังอิ๋นฮวาก็รีบกลับบ้านไปสอบสวนลูกชายคนโตเป็นอย่างแรก เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้ซ่อนหลิวเฟิ่งไว้ ถึงได้โล่งอก
พูดตามตรง สำหรับหลิวเฟิ่ง บางครั้งเธอก็ทั้งเกลียดทั้งนับถืออยู่เหมือนกัน
จะว่าเธอโง่ก็ไม่เชิง เพราะเธอรู้จักหาทางไต่เต้าขึ้นไป และรู้ว่าครอบครัวเดิมไม่ดีกับเธอ พอไต่เต้าขึ้นไปได้ก็ถีบคนอื่นทิ้งเสียอย่างนั้น
แต่จะว่าเธอฉลาด บางครั้งสิ่งที่เธอทำก็ช่างโง่เขลา หากเธออยู่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่ก่อเรื่องขึ้นมา ในบ้านนี้จะมีใครใจร้ายกับเธอได้อย่างไร
……
ไม่นาน สวีซุ่ยกับฉินหยุนโจวก็หิ้วของมาเยี่ยมและอวยพรปีใหม่
