ถ้าเป็นช่วงแรก ๆ ตอนที่ตระกูลกู้บอกให้เขากลับไป เขาอาจจะกลับไปจริง ๆ แต่ตอนนี้เขาผูกพันกับตระกูลฉินแล้ว อีกทั้งตระกูลฉินก็ดีกับเขามาก เขาคงทำเป็นไม่เห็นหัวพวกเขาแล้วจากไปไม่ได้
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ตลอดหลายปีที่อยู่ตระกูลกู้ นอกจากพวกเขาจะไม่ค่อยใส่ใจเขาแล้ว ด้านอื่น ๆ ก็ไม่เคยปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่เป็นธรรม คนอื่นมีอะไรเขาก็มี ไม่เคยถูกกดขี่ข่มเหง
โดยเฉพาะคุณปู่ที่ดีกับเขามาก
ฉินหยุนโจวคิดไว้แล้ว ตราบใดที่คุณปู่ยังอยู่ เขาจะยังไม่เปลี่ยนนามสกุลไปก่อน รอให้คุณปู่จากไปแล้วค่อยเปลี่ยนนามสกุลกลับคืน
ส่วนตระกูลกู้ ก็ไปมาหาสู่กันในฐานะญาติก็พอ อย่างไรเสียตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยทารุณเขา และเลี้ยงดูเขาจนเติบโตมาจริง ๆ
บุญคุณจากการให้กำเนิดกับบุญคุณจากการเลี้ยงดูนั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เขาจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้
เมื่อสวีซุ่ยรู้ความคิดของเขา เธอก็แสดงท่าทีสนับสนุน “ฉันว่าดีแล้ว งั้นก็ทำตามนี้เลย”
กลับถึงบ้าน เธอก็เปิดซองแดงที่ได้รับมาในวันนี้
ข้างในมีเงินไม่น้อย กู้หลินซานให้เด็กแต่ละคนคนละสิบใบ เงินใบแดง รวมเป็นยี่สิบใบ หากอยู่ในครอบครัวธรรมดา เงินก้อนนี้ก็เกือบเท่ากับค่าแรงของคนทั่วไปกว่าครึ่งปี
แล้วยังมีท่านผู้เฒ่าอีก ท่านให้ทุกคนคนละสามสิบหยวน แม้แต่เธอก็ได้ซองหนึ่ง เป็นเงินสามสิบหยวนเหมือนกัน รวมแล้วเป็นเงินเก้าสิบหยวน
เธอเคยได้ยินฉินหยุนโจวเล่าว่า เดิมทีท่านประธานกู้เป็นเพียงชาวนาธรรมดา เพราะมีลูกชายอย่างกู้หลินซาน จึงได้มาอยู่เมืองหลวงและพักอาศัยในค่ายทหาร
