เมื่อการคาดเดาได้รับการยืนยัน ยายฉินก็ถอนหายใจออกมา ที่แท้ก็เป็นเขาจริง ๆ
เธอรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนั้นยังตัดใจจากซุ่ยซุ่ยไม่ได้ แต่ลองคิดดูแล้วก็ไม่แปลก ความรู้สึกที่มีให้กันมาตั้งหลายปี จะบอกให้ตัดใจก็ตัดได้ง่าย ๆ เสียที่ไหน
“ซุ่ยซุ่ย เธอมีช่องทางติดต่อเสี่ยวซูไหม ยายอยากเจอเขาหน่อย”
ตอนเด็ก ๆ เธอก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอนาคต พอโตขึ้นก็เป็นอย่างที่คิด เป็นเด็กที่เก่งที่สุดในตระกูลฉิน
หลังเริ่มทำงานแล้ว เขาก็ยังกตัญญูต่อคนในบ้าน ทุกเดือนจะส่งเงินกลับมาให้ ทั้งยังซื้อของมาฝากด้วย
ตอนนั้นใคร ๆ ก็พูดว่าเสี่ยวซูเป็นหนุ่มที่เก่งที่สุดในเขตบ้านพัก
พูดถึงเรื่องนี้ สมัยก่อนเธอยังดูแคลนสวีซุ่ยอยู่เลย คิดว่าสวีซุ่ยมีดีแค่หน้าตา แต่จิตใจไม่ซื่อตรง แถมยังเจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ไม่คู่ควรกับเสี่ยวซู
เธอเอาแต่คิดหาทางแยกทั้งสองคนออกจากกัน ใครจะคิดว่าเรื่องกลับตาลปัตร สุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกรากันจริง ๆ
หญิงชราที่ผ่านชีวิตมาครึ่งค่อนชีวิตอย่างเธอ มองคนก็ยังมีพลาดได้เหมือนกัน
สวีซุ่ยเป็นผู้หญิงที่ดีจริง ๆ ดูสิ ทั้งสวยทั้งมีความสามารถ แถมยังกตัญญูต่อพวกเธอ ยังให้ลูกกับตระกูลฉินทีเดียวตั้งสองคน
หยุนโจวก็เป็นเด็กดี ทั้งสามคนล้วนเป็นเด็กดี
น่าเสียดายที่ผู้หญิงดี ๆ อย่างซุ่ยซุ่ยมีเพียงคนเดียว ตอนนี้เธอก็อยู่กับหยุนโจวแล้ว ต่อให้เสี่ยวซูตัดใจไม่ได้ก็ต้องตัดใจ จะโทษก็ต้องโทษโชคชะตาที่เล่นตลก
สวีซุ่ยส่ายหน้า “เรื่องนี้ฉันไม่มีช่องทางติดต่อเขาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นรอหยุนโจวกลับมาแล้ว ฉันค่อยถามให้ก็ได้”
