เขาพยุงไม้เท้าเดินมาหาสวีซุ่ย “เธอเข้าไปในบ้านก่อนเถอะ ฉันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
บ้านติดกันเริ่มเอะอะกันตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้หวังอิ๋นฮวายังไม่เลิกงาน ในบ้านมีเพียงเหอเฉวียนกับจินเป่าสองพ่อลูก ส่วนคนที่คุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าประตูก็คือหลิวเฟิ่ง ทั้งสองหย่าร้างกันไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังเล่นละครอะไรกันอยู่
สวีซุ่ยยกข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วมองยายฉินที่เบียดเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงชน “ไม่เป็นไรค่ะ ทุกคนกลับเข้าบ้านกันเถอะ คุณย่าอยู่ตรงนั้นแล้ว”
“ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล คุณย่าก็จะวิ่งมาบอกเราเอง”
เรื่องของครอบครัวเดิมฝั่งบ้านติดกัน คนที่เธอใส่ใจก็มีแค่หวังอิ๋นฮวากับสวีเฟย ส่วนจินเป่านั้น เธอไม่ได้เกลียด แต่ก็ชอบไม่ลง ที่สำคัญพ่อแม่ของจินเป่ากับเธอก็มีความสัมพันธ์เช่นนี้ เธอไม่จำเป็นต้องกระตือรือร้นไปเอาใจใคร
ตรงนั้นคนเบียดเสียดกันขนาดนั้น ขาของฉินหยุนโจวยังไม่หายดี เธอไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไปเพราะเรื่องแบบนี้
ฉินหยุนโจวพยักหน้า ไม่มองไปทางบ้านติดกันอีก “อืม งั้นก็กลับเข้าบ้านกันเถอะ”
ตอนแรกที่เขาคิดจะไปดูสถานการณ์ ก็เพราะสวีซุ่ย ในเมื่อเธอบอกว่าไม่ต้อง งั้นก็ไม่ต้อง
ทั้งสองคนเพิ่งกลับมาถึงลานบ้านของตัวเอง ก็เห็นหลิวสุ่นเซิงกับตู้เหมยจากบ้านติดกันยืนอยู่ด้วยกัน คล้ายกำลังคุยอะไรกันอยู่
เพราะอยู่ห่างกันพอสมควร อีกทั้งทั้งสองคนยังพูดเสียงเบา จึงฟังไม่ค่อยชัด
