ฉินหยุนโจวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดปูทางให้สวีซุ่ยเตรียมใจไว้ก่อน
“ตำแหน่งพนักงานธุรการเขาเปิดรับสมัครกันน้อยมากนะ บางทีหลายปีก็ไม่เจอสักครั้ง แต่ยังไงเราลองสืบดูก่อนก็แล้วกัน”
“ถ้าที่นึงไม่ได้ ก็ยังมีที่อื่นอีก”
“เดี๋ยวผมหาคนช่วยถามให้”
ตำแหน่งธุรการนั้น เมื่อเทียบกับตำแหน่งคนงานในโรงงานแล้ว ทั้งสบายกว่าและดูดีกว่า ในทางกลับกัน ข้อกำหนดด้านวุฒิการศึกษาและด้านอื่น ๆ ก็จะสูงกว่าตามไปด้วย
เธอจบแค่มัธยมปลาย ซึ่งนับว่าสูงแล้ว สำหรับในด้านนี้ โดยทั่วไปก็คงไม่มีปัญหาอะไร
สวีซุ่ยหันไปมองฉินหยุนโจว เธอรู้สึกว่าคนคนนี้มักจะทำให้เธอประหลาดใจอยู่เรื่อยเลย
“นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าคุณรู้จักคนเยอะจัง ขนาดในที่ห่างไกลแบบนี้ยังมี”
“พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรบที่ปลดประจำการกลับบ้านเกิดของคุณเหรอคะ”
ฉินหยุนโจวส่ายหน้า “ไม่ได้มากมายอย่างที่เธอคิดหรอก ในอำเภอเฟิ่งหยางตอนนี้ เพื่อนร่วมรบที่สนิทกับผมมีอยู่คนเดียว เขาปลดประจำการเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ทำงานอยู่ที่สถานีอาหารของอำเภอเฟิ่งหยาง”
ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมาได้ น้ำเสียงของเขาชะงักไปเล็กน้อย
“เธอเองก็น่าจะเคยได้ยินชื่อเขานะ”
สวีซุ่ยชะงักไป ก่อนที่ในหัวจะผุดชื่อของคนคนหนึ่งขึ้นมา
“ที่คุณหมายถึง... ไม่ใช่หงเทานะเหรอ”
เพื่อนร่วมรบของฉินหยุนโจวน่ะ เธอไม่รู้จักสักกี่คนอยู่แล้ว แต่คนที่อยู่ในอำเภอเฟิ่งหยาง และเป็นเพื่อนร่วมรบกับฉินหยุนโจว ถ้างั้นต้องเคยเป็นเพื่อนร่วมรบของกู้ซูมาก่อนแน่ ๆ
แบบนั้นเธอก็คงพอได้ยินมาบ้างนั่นแหละ
หงเทากับกู้ซูก็สนิทกันแค่ธรรมดา
เธอเคยได้ยินชื่อคนคนนี้ แต่ไม่เคยเจอตัว
ฉินหยุนโจวพยักหน้า “อืม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สองวันนี้เขาน่าจะมาเยี่ยมผมที่บ้าน ถึงตอนนั้นผมจะถามให้ว่าเขาพอมีข่าวรับสมัครงานอะไรที่สถานีอาหารบ้างไหม”
