พริบตาเดียวก็ถึงวันที่สวีซุ่ยต้องไปทำงานที่สถานีธัญพืชแล้ว
ช่วงบ่ายของวันก่อนวันที่เธอจะไปทำงานที่สถานีธัญพืช
ฉินหยุนโจวเชือดแม่ไก่แก่ที่ซื้อมาเลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้แต่ยังไม่ได้กินเสียที ส่วนกระต่ายคู่ที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากเลี้ยงมาสักพักก็โตขึ้นไม่น้อย กระต่ายตัวเมียดูท่าทางเหมือนจะตั้งท้องแล้วด้วย
เลี้ยงกระต่ายไม่ยุ่งยากนัก กระต่ายชอบกินหญ้าแห้งกับใบผัก ของพวกนี้พอจะหาได้บ้าง เอามาให้กระต่ายกินได้
คนในตระกูลฉินมีเยอะ ปกติแค่ออกไปหาหญ้าแห้งมานิดหน่อย ก็พอเลี้ยงกระต่ายให้อิ่มท้องได้แล้ว
แต่จะเลี้ยงแม่ไก่แก่ต่อไปก็ไม่ไหว ไก่ตัวนี้แก่แล้ว เลี้ยงต่อไปก็ไม่โตขึ้น ไม่ออกไข่ มีแต่จะสิ้นเปลืองธัญพืช
เลี้ยงไว้ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่อง
พอดีว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป สวีซุ่ยจะต้องไปทำงาน ไก่ตัวนี้ก็ซื้อมาเพื่อบำรุงร่างกายเธอกับลูกในท้องตั้งแต่แรก กินเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน
ฉินหยุนโจวไม่ได้เรียกใครมาช่วย เขาจับไก่ ต้มน้ำ เชือดไก่ ถอนขน...
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะไม่เคยทำเรื่องพวกนี้ แต่ก็รู้ขั้นตอนคร่าว ๆ
พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็เริ่มหนาวเย็น
คนทั่วไปไม่ค่อยออกไปข้างนอก ส่วนใหญ่ปิดประตูอยู่ในบ้าน พูดคุยหรือทำงานกัน
ภายในบ้านตระกูลฉิน
ยายฉินสูดจมูกฟุดฟิด พลางรีบดึงแขนเถียนฮวา “ทำไมฉันได้กลิ่นไก่โดนน้ำร้อนลวกขนลอยมา พวกเธอได้กลิ่นไหม”
เถียนฮวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดจมูกดมอย่างละเอียด “เหมือนจะใช่จริง ๆ”
เซียวเฟินก็ได้กลิ่นเหมือนกัน จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกายวาบ ก่อนจะตบต้นขาตัวเองอย่างแรง
“กลิ่นนี้แหละ ต้องมีคนเชือดไก่แน่ ๆ”
