ฉินหยุนโจวมองใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรงของเธอ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคว้ามือเธอไว้กะทันหัน แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาของสวีซุ่ย
“ไปตอนนี้เลย ผมไปกับคุณด้วย”
ร่างกายผิดปกติ จะปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้
ถ้าอาการหนักขึ้นมาจะทำยังไง
ท่าทีของชายหนุ่มเด็ดขาด กลิ่นคาวไข่ในห้องยังคงลอยอยู่
สวีซุ่ยเองก็ไม่อยากอยู่ในห้องนี้ต่อแล้วจริง ๆ เธอมองขาของฉินหยุนโจว แล้วถามย้ำอีกครั้ง “คุณไหวไหม”
“ถ้าไม่ไหว ฉันไปคนเดียวก็ได้”
จริง ๆ แล้วจะมีคนไปเป็นเพื่อนหรือไม่ เธอก็ไม่ถือ
ในฐานะเด็กกำพร้า ตั้งแต่เล็กจนโต แทบทุกเรื่องเธอต้องจัดการด้วยตัวเอง
ต่อให้ป่วยจนลุกไม่ไหว เธอก็จะฝืนตัวเองลุกขึ้นมา หาคนดูแลก่อน แล้วค่อยจัดการปัญหาอื่น ๆ ทีละอย่างจนเสร็จ ถึงจะยอมปล่อยให้ตัวเองหมดสติไป
“ไหว ขาผมดีขึ้นมากแล้ว เดินช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร”
ระหว่างพูด ฉินหยุนโจวก็หยิบกระเป๋าสะพายสีเขียวทหารขึ้นมา ใส่ไฟฉายลงไป แล้วหยิบเงินใส่ตามลงไปด้วย เตรียมของที่จำเป็นไว้เกือบครบถ้วน
จากนั้นเขาก็ใช้ไม้เท้าพยุงตัว หันไปบอกสวีซุ่ยว่า “ไปกันเถอะ รีบไปรีบกลับ”
สวีซุ่ยมองแผ่นหลังกว้างสง่าของชายหนุ่ม เม้มริมฝีปากยิ้ม แล้วเดินตามไป “อืม ไปกัน”
ทั้งสองเพิ่งเดินออกมาจากห้องของตัวเอง
พอเปิดประตู
กลิ่นคาวไข่ก็ยิ่งแรงขึ้น
สวีซุ่ยกลั้นไม่ไหว รีบยกมือปิดปากแล้ววิ่งออกไปกลางลานบ้าน ก่อนจะย่อตัวลงตบอกและขย้อนออกมา
