พอคำพูดนี้หลุดออกมา สวีซุ่ยก็แทบคิดว่าตัวเองฟังผิด
เด็กเป็นของที่ใครจะยื่นมือไปขอกันง่าย ๆ ได้หรือ?
“อยากได้ก็ได้ รีบแต่งงานแล้วมีลูกเองสิ” ฉินหยุนโจวขมวดคิ้ว สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
เขาก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า อุ้มเด็กออกจากอ้อมแขนของกู้ซู แล้วเอ่ยเสียงเข้มว่า
“พอดีแกก็มีแฟนแล้ว รีบแต่งงาน มีลูกของตัวเองยังจะดีกว่า”
ลู่เสี่ยวหย่าที่อยู่ข้าง ๆ แก้มแดงระเรื่อขึ้นมา เธอเผลอมองไปทางกู้ซู
แต่กู้ซูไม่ได้มองเธอเลย พอถูกแย่งเด็กไปก็ไม่ขัดขืน เพียงหัวเราะหึ ๆ อย่างอ่านความหมายไม่ออก สายตาเลื่อนไปหยุดบนใบหน้าของสวีซุ่ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหนีไปอย่างรวดเร็ว
“แค่ล้อเล่นน่า”
“ทำไมแกถึงร้อนตัวขนาดนั้น หรือคิดจริง ๆ ว่าฉันจะมาแย่งลูกของพวกแก?”
“วางใจเถอะ ฉันไม่สนใจลูกของพวกแกหรอก”
ฉินหยุนโจวก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ ขวางอยู่ตรงหน้าสวีซุ่ย ดวงตาดำลึกล้ำจ้องกู้ซูอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาสองสามคำ
“ก็ดีแล้ว”
อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ เมื่อครู่คนคนนี้เอาแต่มองสวีซุ่ย
ก่อนจะไปจดทะเบียน เขาเคยให้โอกาสอีกฝ่ายแล้ว แต่กู้ซูกลับไม่คว้ามันไว้
ตอนนี้เขากับสวีซุ่ยอยู่ด้วยกันแล้ว ก็อย่ามาโทษเขาที่ไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องกันมาหลายปี
เมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองคน เซี่ยหยินฟางก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าสวีซุ่ยกับกู้ซูเคยมีสัญญาหมั้นหมายกัน แถมเกือบจะแต่งงานกันแล้วด้วย ถ้าสวีซุ่ยไม่ขึ้นเตียงผิดคน ตอนนี้เธอก็คงเป็นลูกสะใภ้แท้ ๆ ของตัวเองไปแล้ว
