หวังอิ๋นฮวาแทบจะโกรธจนหัวเราะออกมาได้ เธอสะบัดมือพยาบาลออก แล้วชี้หน้าหลิวเฟิ่ง ก่อนหันไปหาลูกชายคนโตอย่างเหอเฉวียน สูดหายใจลึกแล้วพูดว่า
“เมียแกคิดกับฉันแบบนี้ แล้วแกล่ะ แกก็คิดกับแม่คนนี้แบบนี้เหมือนกันหรือ”
เธอลองถามใจตัวเองแล้ว แม้จะลำเอียงเข้าข้างลูกสาวมากกว่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งลูกชายทั้งสองคน
ลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว
ตลอดมาพวกเขาพึ่งพาเธอที่เป็นแม่เลี้ยงดู ไม่เพียงเลี้ยงทั้งคู่ ยังเลี้ยงลูก ๆ ของพวกเขาด้วย แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับเป็นผลลัพธ์เช่นนี้
เหอเฉวียนร้อนใจ รีบอธิบายว่า “แม่ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น แม่อย่าเข้าใจผิดเลย หลิวเฟิ่งคงเพราะเรื่องจินเป่า ถึงได้ร้อนใจจนพูดอะไรไม่ทันคิด แม่อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของเธอเลย”
“พวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้นเลยครับ”
“หลายปีมานี้ บ้านนี้อยู่มาได้ก็เพราะแม่ พวกเรารู้เรื่องนี้ดีครับ”
ตอนนั้นเอง หลิวเฟิ่งค่อย ๆ สงบสติลง สีหน้าดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก เธอไม่ได้พูดต่อ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยขอโทษ เพียงปล่อยให้เหอเฉวียนผู้เป็นสามีพูดอยู่ฝ่ายเดียว
แต่คราวนี้หวังอิ๋นฮวาไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกง่าย ๆ อีกแล้ว เมื่อได้ฟังคำอธิบายของลูกชาย สิ่งที่เธอรู้สึกไม่ใช่ความเข้าใจ หากเป็นความหนาวใจ สายตาที่มองลูกชายจึงยิ่งทวีความผิดหวังขึ้นหลายส่วน
เธอมองหลิวเฟิ่งที่ดูเหมือนไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด แล้วก็ถอนหายใจในที่สุด ก่อนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอีก คำพูดพวกนี้อย่าเอามาหลอกฉันให้มากนัก ฉันอยู่คนเดียวก็จริง แต่ไม่ได้โง่หรอก พวกแกจริงใจกับแม่คนนี้แค่ไหน เสแสร้งแค่ไหน ฉันดูออกอยู่แล้ว”
