ดูท่าทางไม่เต็มใจของมันเมื่อครู่แล้ว เฮ้อ ช่างเถอะ ใครใช้ให้จิ่วซานซานเป็นเอ็นพีซีใจดีกันล่ะ ไม่ใช่เพราะอยากรู้อยากเห็นหรืออยากเผือกหรอกนะ ใช่แล้ว แค่ตามไปดูสักหน่อยเท่านั้นเอง
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า คนมีสองขาวิ่งสู้สิ่งที่ไม่มีขาไม่ได้
จิ่วซานซานหอบแฮก ๆ เพิ่งวิ่งผ่านระเบียงออกจากอาคารเรียนมาได้ ก็ไม่เห็นเงาของหญิงสาวชุดแดงแล้ว
ไม่จริงน่า ลอยเร็วเกินไปแล้วมั้ง
เป็นลูกโป่งหรือไง ลอยไปตามลมเนี่ยนะ
แต่ลมก็ไม่ได้พัดสักหน่อย!
ช่างเถอะ อย่างน้อยก็รู้แล้วว่ามันอยากไปไหน ไปหาที่อาคารบริหารก็คงเจอ
จิ่วซานซานสอดส่ายสายตาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เธอจึงย่อตัวลอดประตูเข้าไป
เดี๋ยวนะ เธอเป็นเอ็นพีซีนี่นา
ไม่ใช่ผู้เล่นสักหน่อย แล้วจะต้องระมัดระวังขนาดนี้ไปทำไม
อย่างมากก็แค่แวะไปดูว่าเอ็นพีซีตัวอื่นทำงานกันเป็นยังไงเท่านั้นเอง
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็ค่อย ๆ ยืดหลังขึ้นราวกับวิวัฒนาการจากมนุษย์วานร เชิดหน้าก้าวฉับ ๆ เดินตรงไปข้างหน้า
ชั้นหนึ่งเป็นเพียงโถงเรียบง่าย เธอเดินไปที่ลิฟต์แล้วยกมือกดชั้นสี่
ในอาคารบริหารมีสถานที่สำคัญอยู่ไม่กี่แห่ง อย่างห้องทำงานอธิการบดีอะไรทำนองนั้น ส่วนห้องทำงานอาจารย์ที่ปรึกษาก็คงไม่มีอะไรให้ดู
ชั้นสี่เป็นชั้นบนสุดแล้ว ถ้าหาไม่เจอค่อยเดินลงบันไดทีละชั้น ยังช่วยประหยัดแรงได้ด้วย
จิ่วซานซานนี่ฉลาดจริง ๆ
ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลงพร้อมเสียงติ๊ง จิ่วซานซานยืนอยู่ตรงกลาง แต่กลับรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่มาจากด้านหลัง
