ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เธอที่สุดไว้ผมเสยเรียบไปด้านหลัง เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและกรอบหน้าคมคาย มีหมุดเงินเม็ดเล็กประดับตรงโหนกคิ้ว เสื้อกล้ามรัดรูปขับเน้นช่วงเอว ก่อนชายเสื้อจะถูกเก็บเข้าไปในขอบกางเกง
ว้าว แซ่บมาก
ไม่ได้นะ ไม่ได้ ๆ ตอนนี้ชีวิตคนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่ใช่เวลามามัวหื่น
จิ่วซานซานหลับตาปี๋ ขาอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงไปจนเข่ากระแทกพื้น
พ่อเคยบอกไว้ว่า เวลาเข้าตาจนก็ทำตามใจตัวเองก็พอ
“พรืด”
“เฮ้ย วั่งจื่อ ดูเธอสิ ตกใจจนคุกเข่าลงไปแล้ว”
ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไว้ผมแสกข้างสามต่อเจ็ด ให้ความรู้สึกสดใสสมวัย ใบหน้าดูน่ารักเชื่อง ๆ เพราะเขี้ยวเล็ก ๆ ที่โผล่พ้นริมฝีปาก แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
“งั้นเราหักขาเธอเลยดีไหม ยังไงเธอก็คุกเข่าอยู่แล้ว ดูเหมือนไม่ชอบขาตัวเองนี่”
ตรรกะอะไรเนี่ย พูดอะไรของคุณครับ นี่ท่านยมบาลมาเกิดหรือไง
จิ่วซานซานผุดลุกขึ้นทันที
ท่าทางนั้นทำเอาเด็กหนุ่มหัวเราะจนตัวงอ จิ่วซานซานทำได้แค่แช่งอยู่ในใจให้เขาหกล้ม
【ติ๊ด—ตรวจพบพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎอย่างร้ายแรง โปรดลงโทษหรือกำจัดผู้เล่น】
จิ่วซานซานยิ้มเจื่อน
ขอร้องล่ะ ช่วยดูสถานการณ์ตอนนี้ให้ดีหน่อยเถอะว่าใครกันแน่ที่จะลงโทษใคร ใครจะกำจัดใคร!
【ระบบไม่รู้หรอก ยังไงตอนนี้คนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นก็ไม่ใช่ระบบนี่นา】
【ติ๊ด—น่าขันเกินไปแล้ว ค่าความหวาดกลัวลดลง 5 คะแนนนะ】
จิ่วซานซานโมโหจนอยากชกใครสักคน แต่เธอสู้ไม่ไหว
“เฮ้ย ผู้ดูแลหอพัก สีหน้าแบบนั้นคิดจะลงโทษพวกเราเหรอ?”
ชายหนุ่มผมแดงที่ย้อมสีแซมไว้บางส่วนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ภายใต้เสื้อหนังตัวนอกคือรูปร่างกำยำที่เสื้อรัดรูปขับเน้นกล้ามอกแน่นชัด
ขอโทษนะ ชีวิตของฉัน แต่พวกเขาแซ่บจริง ๆ
ขอมองแค่ครั้งเดียว
สักล้านครั้งก็แล้วกัน
“วั่งจื่อ ผู้ดูแลหอพักคนนี้เอายังไงดี ฆ่าทิ้งด้วยไหม?”
วั่งจื่อก็คือชายผมเงินเจาะหูที่มีเลข 2 สีทองอร่ามลอยอยู่เหนือหัว
เขาเล่นลูกบาศก์รูบิกในมือ ปลายนิ้วหมุนไปยังขั้นตอนสุดท้าย จัดลูกบาศก์ให้กลับมาเป็นสีเดิม
เขาเอียงหน้าเหลือบมองจิ่วซานซาน
ฉิบหาย สายตานั่น! ชีวิตฉันจบแล้ว!!
จิ่วซานซานไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบทรุดคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้ง
“ลูกพี่ทุกท่าน ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะทำเหมือนไม่เคยมาที่นี่เลย...”
เด็กหนุ่มเขี้ยวเสน่ห์อันดับ 5 หัวเราะจนหยุดไม่ได้ เขากุมท้องไว้ ถ้าไม่รู้คงนึกว่ากำลังจะคลอดลูก
“เธอน่าสนใจจริง ๆ นะ วั่งจื่อ มาตรวจห้องทั้งที ยังแต่งหน้าเป็นตัวตลกมาด้วย”
ชายผมเสยอันดับ 7 รับคำ “ผู้ดูแลหอพักคนนี้ไม่เหมือนตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นตัวอื่นจริง ๆ ดันเจี้ยนมือใหม่มีตัวละครที่สื่อสารได้คล่องแคล่ว แถมยังมีจิตสำนึกของตัวเองแบบนี้ ดูท่าของสิ่งนั้นจะอยู่ที่นี่จริง ๆ”
ผู้ดูแลหอพัก...ป้าอย่างนั้นเหรอ?
?
ฉันแก่ขนาดนั้นเลยหรือไง?
เรื่องแต่งหน้าเป็นตัวตลกยังพอทนได้ แต่เรียกฉันว่าป้าหมายความว่ายังไง!
【ติ๊ด—ตรวจพบว่าตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นไม่สามารถลงโทษผู้เล่นที่ทำผิดได้ ระบบจะเปิดใช้งานบทลงโทษด้วยตนเอง】
จิ่วซานซานยกมุมปากขึ้น อันดับท็อปเท็นแล้วอย่างไร ยังไงก็ต้องเชื่อฟังกฎอยู่ดี
รอยยิ้มเพิ่งผุดขึ้นบนใบหน้า ก็แข็งค้างไปในพริบตา
【ติ๊ด—ผู้เล่นอีกฝ่ายใช้อุปกรณ์ [หยาดน้ำตาแห่งผู้เปี่ยมเมตตา] บทลงโทษนี้ถือเป็นโมฆะ ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นจงดูแลตัวเองให้ดี】
จิ่วซานซาน: “?”
เธอลืมไปเสียสนิท อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือที่ติดสิบอันดับแรกจากผู้เล่นหลายหมื่นคน แค่ของวิเศษที่เขามีก็มีมากพอจะจ่ายค่าเช่าห้องให้เธอไปได้ทั้งชีวิต
ไม่สิ ค่าเช่าห้องไม่ได้แพงขนาดนั้น
เฮ้อ เธอเกลียดคนรวย
“พูดจ้ออะไรอยู่ได้ ฆ่าทิ้งไปเลย!”
ชายผมแดงอันดับ 10 อารมณ์ร้อนลุกพรวดจากเก้าอี้
จิ่วซานซานไวกว่า รีบก้มศีรษะโขกพื้นทันที
เสียงดังปึงทำให้ทั้งสี่คนที่อยู่ตรงนั้นอึ้งไปหมด
บ้าเอ๊ย เผลอออกแรงมากไป เจ็บชะมัด
เธอนอนฟุบกับพื้น หน้านิ่วคิ้วขมวด สมองหมุนเร็วจี๋
พวกยอดฝีมือกลุ่มนี้มาดันเจี้ยนมือใหม่ทำไม? ยอดฝีมือสิบอันดับแรกแบบพวกเขาน่าจะเคลียร์ดันเจี้ยนประเภทนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แถมยังดูไม่เหมือนมาที่นี่เพื่อพาคนอื่นมาด้วย
เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่ชายผมเสยพูดว่า ‘ของสิ่งนั้น’ หรือว่ามีของบางอย่างหายไปในดันเจี้ยนนี้?
ช่างเถอะ จะรอดหรือตายก็ขึ้นอยู่กับฝีปากของเธอแล้ว
“ลูกพี่ทุกท่าน กำลังตามหาของอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะ? ฉันค่อนข้างคุ้นกับดันเจี้ยนนี้นะคะ ไม่ได้หมายความว่าพวกท่านไม่คุ้นนะ!”
“พวกเราตัวเล็ก ๆ มักจะมุดเข้าไปตามที่บางแห่งอยู่บ่อย ๆ บางทีพวกท่านอาจหาแล้วพลาดไปก็ได้นะ ฮ่า ๆ”
หลังเธอพูดจบ รอบข้างก็เงียบสนิท
รออยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็ได้ยินเสียงที่ชี้ชะตาตัวเอง
วั่งจื่อ: “ให้เธอลุกขึ้นเถอะ พวกเรามาดันเจี้ยนนี้ไม่ได้มาเพื่อฆ่าล้างบาง อย่าให้ท่านผู้นั้นตื่นตัว”
จิ่วซานซานยังไม่ทันตอบสนอง มือข้างหนึ่งก็สอดเข้ามาใต้รักแร้ แล้วยกเธอขึ้นเหมือนอุ้มเด็ก
จากนั้นเธอก็ถูกจัดให้นั่งตัวตรงอยู่บนศพ ราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง
จิ่วซานซาน: “...” เธอไม่ได้อยากนั่งสักหน่อย
ชายผมเสยที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้วกลับไปนั่งที่เดิม เงียบขรึมราวกับหุ่นยนต์ที่กำลังรอคำสั่ง
วั่งจื่อเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน
“วันนี้ต้องขอโทษด้วย แต่พวกเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้”
“การสุ่มจัดห้องพักในดันเจี้ยนทำให้เฮ่อหยวนกับสือเยี่ยนได้ห้อง 405 ทั้งสองคนกับตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นอีกสองคนในห้องข้าง ๆ มีปฏิกิริยารุนแรงมากเรื่องการเปลี่ยนห้อง สุดท้ายจึงจำเป็นต้องทำให้พวกมันเงียบ”
เฮ่อหยวน ชายผมเสย อันดับ 7
สือเยี่ยน ชายผมแดง อันดับ 10
“เธอเป็นเด็กดีที่รู้จักกาลเทศะใช่ไหม?”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
จิ่วซานซานพยักหน้ารัว กลัวว่าถ้าช้าไปจะทำให้ยอดฝีมือคนนี้ไม่พอใจ
“ดีมาก เด็กดี”
“หลังจากนี้ก็ตรวจห้องต่อไปทุกวัน พวกเราจะเชื่อฟังกฎแต่โดยดี”
“ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ไม่อยากให้เธอมาตรวจห้อง พวกเราจะแจ้งให้เธอรู้ล่วงหน้า ตกลงไหม?”
จิ่วซานซานพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับไก่จิกข้าว
“เธอรู้ความคืบหน้าของเนื้อเรื่องหลักในดันเจี้ยนนี้ไหม?”
จิ่วซานซานชะงักไป ดันเจี้ยนนี้เป็นครั้งแรกที่เธอมา ก่อนหน้านี้เคยได้ยินผู้หญิงเอียงคนนั้นเล่าให้ฟังอยู่บ้าง
“รู้แค่นิดหน่อยค่ะ เบาะแสสำคัญอยู่ที่รุ่นพี่ปีสามชื่อหร่วนเถาเถา”
“ส่วนเนื้อเรื่องหลักเกี่ยวกับ...การค้าอวัยวะมนุษย์อย่างผิดกฎหมายค่ะ”
ไม่รู้ว่าเป็นแค่ความรู้สึกไปเองหรือเปล่า เธอคิดว่ามุมปากของวั่งจื่อยกขึ้นเล็กน้อย
“ดีมาก เด็กดี มองตาฉัน แล้วบอกมา”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ ราวกับแฝงเวทประหลาดบางอย่างที่แทรกผ่านหู ตรงดิ่งเข้าสู่จิตใจ
สติของเธอพลันพร่าเลือน เหตุผลมลายหายไป เหลือเพียงความคิดเดียว—เชื่อฟัง
“บอกฉันสิว่าเธอจะไม่โกหกฉันเด็ดขาด และจะไม่ปิดบังอะไรฉันด้วย”
จิ่วซานซานอ้าปากอย่างเหม่อลอย เอ่ยทีละคำว่า “ฉันจะไม่โกหกคุณเด็ดขาด และจะไม่ปิดบังอะไรคุณด้วย”
เพียะ
เสียงดีดนิ้วดังใสกังวานข้างหู สติของเธอกลับคืนมาในทันที
จิ่วซานซานได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว วั่งจื่อลุกขึ้นกลับไปนั่งที่ของเขาแล้ว
“คุณผู้ดูแลหอพัก หากพบว่าเนื้อเรื่องหลักหรือไม่ก็ตัวละครสำคัญมีพฤติกรรมที่ขัดกับบทบาทขึ้นมาอย่างกะทันหัน โปรดแจ้งพวกเราเป็นอันดับแรกด้วย”
หนิงว่างเลียเขี้ยวเล็ก ๆ พลางยิ้ม แล้วโบกมือให้เธอ “ไปเถอะ ถ้าเดินช้าเกิดพวกเราเปลี่ยนใจขึ้นมา เธออาจจะ...”
ยังพูดไม่ทันจบ ตรงนั้นก็เหลือเพียงเงาร่างเลือนราง ประตูห้องพักถูกปิดลงเบา ๆ จิ่วซานซานหนีไปไกลลิบแล้ว
