ต้องกลับไปอยู่แล้ว
สำหรับเย่ไป๋แล้ว โลกใบนี้เป็นเพียงการเดินทางช่วงหนึ่งเท่านั้น
ในแง่หนึ่ง โลกใบนี้ไม่เคยปฏิบัติต่อเย่ไป๋อย่างดีเลย
เปิดฉากมาก็เป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ จู่ ๆ ก็ร่ำรวยมหาศาล แถมยังป่วยเป็นโรคร้าย...
ถ้าเย่ไป๋เป็นคนอย่างเสวียจิ่ว เขาก็คงปฏิบัติต่อทุกสิ่งรอบตัวอย่างดีได้จริง ๆ
น่าเสียดายที่เย่ไป๋ไม่ใช่คนแบบนั้น
เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เป็นนักเรียนมัธยมปลายที่ทะลุมิติมายังโลกต่างแดน แล้วบังเอิญปลดล็อกภารกิจกอบกู้โลก ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว
สำหรับโลกใบนี้ในตอนนี้ เย่ไป๋ไม่ได้อาลัยอาวรณ์หรือเสียดายอะไรนัก
“ได้เวลากลับแล้ว”
เย่ไป๋จัดการซ่อมแซมหลุมศพของตัวเองเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ไม่ได้รื้อหลุมศพทิ้ง
เขาพูดขึ้นลอย ๆ ว่า
“ถ้าวันไหนฉันตาย ก็เอาฉันกลับมาฝังที่นี่ได้ ถือว่าได้กลับคืนสู่รากเหง้า”
ม้าขาวแค่นเสียงอย่างเย็นชา ไม่คิดจะสนใจเขา
ส่วนเจ้าหมาขาวกลอกตาเงียบ ๆ
“ตัวหายนะอย่างนาย อยากตายยังยากเลย”
ไม่ว่าอย่างไร เย่ไป๋ก็ไม่ได้รื้อหลุมศพนี้ทิ้ง แต่ปล่อยมันไว้ในโลกใบนี้
เย่ไป๋ในโลกนี้ตายไปแล้ว
แต่คนที่รอดมาได้...ก็ยังเป็นเย่ไป๋
“ไป กลับบ้านกัน”
พูดจบ ช่องทางหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่ไป๋ เขาก้าวเข้าสู่ห้วงมิติ
สำหรับเย่ไป๋ที่ยังไม่ได้เป็นจอมพลัง หากไม่มีพิกัด การหาทางกลับโลกมนุษย์ก็เป็นเรื่องยากมาก ทำได้เพียงให้ผีเสื้อนำทาง
อะไร ๆ ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เรื่องที่เย่ไป๋ทำไม่ได้
เกี่ยวอะไรกับอสูรผู้เป็นจอมพลังของมนุษยชาติกัน?
