เย่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
มือประสานกันวางบนหน้าท้อง แสดงท่าทีเหนือกว่าทางจิตใจอย่างชัดเจน
“แอบชอบไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก”
“ที่น่าอายคือนายไม่กล้าพูด ยังต้องเหยียบคนอื่นเพื่อเชิดชูปมเด่นเล็ก ๆ ของตัวเอง”
มือของหลี่เฮ่าหดกลับจากโต๊ะทันที
เย่เฉินมองเขา แววตาเย็นชาถึงขีดสุด
“งานวันนี้ โต๊ะนี้นายเลือกเอง บทสนทนานายก็เป็นคนเปิดเอง”
“นายอยากเห็นฉันอับอาย”
“แต่นายต้องชั่งใจก่อน ว่าตัวเองคู่ควรหรือเปล่า”
พวกหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งแห่ตามหลี่เฮ่าตอนนี้ก้มหน้าก้มตาดูมือถือกันหมด
ไม่มีใครกล้าเสือกไปยุ่งกับเย่เฉิน
จางเฉียง หัวหน้าห้อง ฝืนใจลุกขึ้นมาไกล่เกลี่ย
“พอแล้ว ๆ ทุกคนก็เพื่อนร่วมห้องกันทั้งนั้น ใกล้จะแยกย้ายกันไปแล้ว อะไรก็ตกลงกันดี ๆ”
หลี่เฮ่าเหมือนจับฟางเส้นสุดท้ายได้
เขาหน้าดำ กระแทกก้นลงบนเก้าอี้
ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นกระเบื้องเสียงดังแสบแก้วหู
หลินหว่านฉิงก้มหน้านิ่ง จิบน้ำเปล่าเงียบ ๆ
เธอแอบชำเลืองมองเย่เฉิน
เย่เฉินไม่แม้แต่จะเหลือบมามองทางเธอ
จ้าวเผิงที่อยู่ข้าง ๆ ท้องร้อง “โครกคราก” ขึ้นมาตามเวลา เขาถูมือ หยิบตะเกียบเตรียมคีบซี่โครงหมูตรงหน้า
ใต้โต๊ะ จู่ ๆ เย่เฉินก็ยื่นเท้าออกมาเตะรองเท้าจ้าวเผิงเบา ๆ
จ้าวเผิงชะงัก หันขวับ
เย่เฉินโน้มตัวเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบแต่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง “วางตะเกียบ อย่ากิน”
จ้าวเผิงงุนงงเต็มหน้า กระซิบกลับ “ว่าไงนะเฉินจื่อ ฉันอุตส่าห์อดข้าวมาหม่ำของฟรีนะ หิวจะตาย”
