เซี่ยงหานซวงเผยสีหน้าลังเล ก่อนลองถามขึ้นว่า “ฉันมีคำถามสองสามข้อ ขอถามได้ไหมคะ?”
ชิวอวี่พยักหน้า “ได้”
เซิ่งอันย่อมไม่คัดค้าน “ถามมาได้เลย”
เซี่ยงหานซวงถอนหายใจ ขมวดคิ้ว “ผู้มีพลังพิเศษทุกคนถูกเรียกว่าพวกนอกรีตหรือคะ? นี่คือท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อพวกเรา?”
สมกับเป็นทนายจริง ๆ!
คำถามคมกริบ แถมยังใส่ใจรายละเอียด และรู้จักหยั่งเชิงเป็นอย่างดี
คำพูดที่ฟังเผิน ๆ เหมือนถามถึงคำว่า “พวกนอกรีต” แท้จริงแล้วถามถึงสถานะของผู้มีพลังพิเศษ รวมถึงสถานะของเธอในอนาคต
เซิ่งอันกับชิวอวี่ต่างก็ฉลาด ฟังแล้วเข้าใจทันที
ชิวอวี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบช้า ๆ ว่า—
“เราใช้คำเพียงคำเดียวมาตัดสินท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อพวกคุณไม่ได้ คำว่าพวกนอกรีตแต่เดิมก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย อีกอย่าง คำนี้เป็นคำที่ใช้เรียกผู้มีพลังพิเศษคนแรกที่ถูกค้นพบ และเรียกต่อกันมาเรื่อย ๆ
“ดูจากท่าทีของพวกเราก็รู้แล้ว รัฐบาลคาดหวังกับพวกนอกรีตทุกคน เป็นมิตรและยินดีต้อนรับพวกคุณ
“หน่วยงานพิเศษมีอำนาจสูงสุด เมื่อคุณเข้าร่วมกับเรา คุณก็จะมีอำนาจเช่นเดียวกัน คุณเซี่ยง เข้าร่วมกลุ่มเอเถอะ คุณจะเป็นรองหัวหน้าของฉัน”
นี่คือคำมั่นสัญญาที่ชิวอวี่มอบให้!
เมื่อเซี่ยงหานซวงเข้ากลุ่มเอ เธอก็จะได้เป็นรองหัวหน้าของชิวอวี่ มีอำนาจไม่น้อย
เซี่ยงหานซวงพยักหน้าเมื่อได้ยิน แต่คิ้วยังคงขมวดอยู่
เซิ่งอันพูดขึ้นกะทันหัน “ฉันเคยรายงานเรื่องนี้ไปแล้ว รัฐบาลจะเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ต้องรออีกหน่อย”
เธอยิ้มอย่างสงบและมั่นใจ
“ฉันหวังว่าคุณจะเชื่อใจพวกเรา เชื่อใจรัฐบาล เพราะคำว่า ‘รัฐบาล’ มีคำว่า ‘รัฐ’ อยู่ข้างหน้า แต่หมายถึงส่วนรวมเสมอ พวกคุณคือความหวังของอนาคต รัฐบาลไม่มีทางคิดร้ายกับพวกคุณ”
เธอมองเซี่ยงหานซวง ดวงตาหงส์ที่ดูสงบนิ่งคู่นั้นกลับเปี่ยมด้วยความจริงใจ ราวกับมองทะลุถึงวิญญาณ
แม้จะนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้ แต่ไม่มีใครสงสัยในความจริงจังของเธอ
เซี่ยงหานซวงสบตาเธอ แววตาไหววูบด้วยความซาบซึ้ง
