หลี่ซินกำลังมองเจี่ยงอวี๋ บนตัวเธอเปื้อนดิน ดูราวกับเพิ่งผ่านการตรากตรำมา ใต้ตาคล้ำ ใบหน้ายังมีคราบเหงื่อ เหมือนเพิ่งทำงานกลางทุ่งมาทั้งวัน
เจี่ยงอวี๋กำลังมองหลี่ซิน เขาดูห่อเหี่ยวไปทั้งตัว ใต้ตาคล้ำ สติเลื่อนลอยเหมือนเด็ก ม.ปลายปีสามหรือพวกที่กำลังเตรียมสอบเข้าบัณฑิตศึกษา ซึ่งแบกรับแรงกดดันมหาศาล
นี่มัน...
ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยนี่นา?
“ทำไมนายถึงมีสภาพแบบนี้?!” ทั้งสองถามอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกัน
ครู่ต่อมา เจี่ยงอวี๋ฝืนยิ้ม “เรียนมาน่ะ”
หลี่ซินทำหน้าเหมือนเจ็บปวด “เรียนมาเหมือนกัน”
ทั้งคู่สบตากัน ต่างเห็นความรู้สึกซับซ้อนในแววตาของอีกฝ่าย
“ที่แท้เธอก็ต้องเรียนเหมือนกัน” หลี่ซินพึมพำ
ในเวลานี้ เขารู้สึกซับซ้อนจนบอกไม่ถูก เดี๋ยวก็สงสารเจี่ยงอวี๋ เดี๋ยวก็สงสารตัวเอง แล้วยังมีความรู้สึกสะใจแปลก ๆ อีกอย่างหนึ่ง...
เจี่ยงอวี๋ก็ไม่ต่างกันนัก
เธอก้มหน้าหมดอาลัยตายอยาก น้ำเสียงไร้เรี่ยวแรง “แค่เรียนเสียที่ไหน ฉันยังต้องเรียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอีกตั้งมากมาย”
หลี่ซินว่า “ฉันต้องเรียนสามวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเคมี ทั้งที่เป็นเด็ก ม.ปลายปีสองที่เรียนห่วยแตก พวกเขากลับอยากให้ฉันข้ามไปเป็นดอกเตอร์เลย”
“ใครจะไม่เป็นแบบนั้นล่ะ วิดีโอกับหนังสือพวกนั้นกองเป็นภูเขา”
“ตำราเรียนก็ซ้อนกันเป็นตั้ง ๆ”
“เธอยังไม่แย่เท่าฉันหรอก ฉันมีครูเป็นพรวน ทั้งสถาบันวิจัยขึ้นกับฉัน ทุกคนจับตาฉันอยู่คนเดียว!”
