พูดจบ เซิ่งอันก็สะบัดมือออกอย่างแรง
มือของโหลวหมิงเว่ยหัก เขานอนเจ็บปวดอยู่บนพื้นจนลุกไม่ขึ้น
เซิ่งอันยืดตัวขึ้น กวาดตามองทุกคนในกลุ่มเออย่างเย็นชา ก่อนจะมองไปยังชิวอวี่ในที่สุด “หัวหน้ากลุ่มชิว คราวนี้คงต้องเขียนรายงานทบทวนตัวเองจริง ๆ แล้วล่ะ ลงมือสองครั้งแล้ว กลับไปทบทวนให้ดี”
พูดจบ เธอก็ก้าวเดินออกไป แผ่นหลังสง่างามและผ่อนคลาย
เจี่ยงอวี๋จ้องพวกเขาเขม็ง ก่อนจะเดินตามเซิ่งอันไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
พวกเขาจากไปท่ามกลางสายตาเกรี้ยวกราดของคนกลุ่มเอ
บนพื้น คนอื่น ๆ ช่วยพยุงโหลวหมิงเว่ยขึ้นมา ใบหน้าเขาซีดเผือดและบิดเบี้ยว เหงื่อท่วมศีรษะ “หัวหน้ากลุ่มชิว...เธอหักมือฉัน เธอ—”
“เพี๊ยะ!” ชิวอวี่ตบหน้าเขาอย่างแรง
โหลวหมิงเว่ยชะงักงัน
แววตาของชิวอวี่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอจ้องเขาเขม็ง “ถ้านายกล้าลงมือกับเธออีก ฉันจะฆ่านาย!”
แววตาของโหลวหมิงเว่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนรู้ดีว่าชิวอวี่มีวิธีการอย่างไร และต่างก็หวาดกลัวเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ...
— เธอคือผู้มีพลังพิเศษที่ทำให้คนสูญเสียจิตวิญญาณได้
นอกโรงอาหาร
ซ่งหลินเวย์ขมวดคิ้ว “คนกลุ่มเอวางอำนาจเกินไปแล้ว”
ฮ่าวจิ้งเยี่ยกล่าว “ชิวอวี่ก็เป็นคนแบบนั้น ลูกน้องของเธอย่อมไม่ต่างกัน ตอนนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมเบื้องบนถึงสนับสนุนพี่เซิ่งมากกว่า?”
ซ่งหลินเวย์พยักหน้าช้า ๆ
เจี่ยงอวี๋มองเซิ่งอัน ดวงตาเป็นประกาย “แต่เมื่อกี้พี่เซิ่งเท่มากเลย!”
หลี่ซินพยักหน้าไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะได้สติและส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ “ทำไมไม่ให้ฉันสู้กับพวกนั้นล่ะ? คนพวกนี้เกินไปแล้ว ฉันอยากอัดพวกเขาจะแย่!”
เจี่ยงอวี๋กลอกตา “นายโง่หรือไง? พวกเขามีกี่คน พวกเรามีกี่คน?”
ตอนนี้แค่ผู้มีพลังพิเศษในกลุ่มเอก็มีอย่างน้อยห้าคนแล้ว
