หนานเฉิง เขตบ้านพักหรูบนเนินเขาหยุนติ่ง
ที่นี่เป็นย่านคนรวยระดับสูงสุดของหนานเฉิง ผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ได้ล้วนเป็นคนมั่งมีหรือไม่ก็มีอำนาจ
ภายในบ้านพักเลขที่ 1 เฉินปู้ฝานยืนเปลือยท่อนบนอยู่ข้างสระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิ
พี่จางสวมชุดสูทเนี้ยบกริบ ยื่นผ้าขนหนูสีขาวอุ่น ๆ ให้ด้วยสองมือ
เฉินปู้ฝานรับผ้าขนหนูมาเช็ดหยดน้ำบนร่างกาย
นับจากวันที่เขากลับจากเยี่ยนจิง เวลาก็ผ่านไป 3 วันแล้ว
ตลอด 3 วันนี้ เขาลาเรียน ไม่ได้กลับไปยังตระกูลเฉินที่เคยทารุณเขา แต่ให้พี่จางจัดการทุกอย่างแทน
อำนาจทางการเงินของตระกูลเฉินแห่งเยี่ยนจิงแสดงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นราวกับบดขยี้ทุกสิ่งในเมืองระดับสามอย่างหนานเฉิง
ภายในครึ่งวัน บ้านพักพร้อมเข้าอยู่มูลค่า 80 ล้านหลังนี้ก็โอนเป็นชื่อของเฉินปู้ฝานเรียบร้อย
รถยนต์มายบัค จี680 สีดำคันใหม่เอี่ยมจอดอยู่ในโรงรถ
เขาซื้อมือถือเครื่องหนึ่งที่เจ้าของร่างเดิมใฝ่ฝันมาตลอด
ตู้เสื้อผ้าแขวนแน่นไปด้วยเสื้อผ้าสั่งตัดพิเศษทำมือทั้งชุด ซึ่งพี่จางเร่งจัดส่งมาจากอิตาลีข้ามคืน ไม่มีตราสินค้าเด่นสะดุดตา แต่ทั้งเนื้อผ้าและการตัดเย็บล้วนเป็นระดับชั้นยอด
นอกจากเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้แล้ว สิ่งที่เฉินปู้ฝานทำมากที่สุดใน 3 วันนี้คือ “บำรุงร่างกาย” และ “เรียนรู้”
ร่างของเจ้าของเดิมอ่อนแอเกินไป หลายปีมานี้ต้องกินอาหารเหลือและทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม
พี่จางเรียกทีมโภชนากรส่วนตัวจากตระกูลเฉินแห่งเยี่ยนจิงมา
โสมป่าร้อยปีและบัวหิมะเทียนซานชั้นเลิศ สมุนไพรล้ำค่าที่หาซื้อได้ยากยิ่งในท้องตลาด ถูกนำมาตุ๋นเป็นอาหารบำรุงราวกับเป็นผักกาดขาว แล้วป้อนให้เฉินปู้ฝานกินวันละสามมื้อ
เมื่อผสานกับวิธีปรับลมหายใจที่ติดตัวมากับดวงวิญญาณของเฉินปู้ฝาน ร่างผอมแห้งนี้ก็เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นภายในเวลาเพียง 3 วัน
ผมสีเหลืองซีดกลับดำขลับ ผิวขาวซีดมีเลือดฝาดสุขภาพดี ใต้เสื้อผ้าเริ่มเห็นเค้าโครงกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วน
ทุกวันหลังจากกินอาหารบำรุงเสร็จ เฉินปู้ฝานจะนั่งอยู่ในห้องหนังสือ โดยมีแท็บเล็ต 3 เครื่องวางอยู่ตรงหน้า
เขากำลังเร่งเรียนรู้ความรู้ของโลกใบนี้อย่างบ้าคลั่ง
ตั้งแต่ทิศทางตลาดการเงิน การกระจายอำนาจในหนานเฉิง ข้อกฎหมาย ไปจนถึงข่าวกรองลับของตระกูลใหญ่ต่าง ๆ
ด้วยความสามารถของดวงวิญญาณที่ทำให้จดจำทุกอย่างได้เมื่อเห็นเพียงครั้งเดียว เขาจึงซึมซับกฎเกณฑ์การดำเนินไปของโลกใบเล็กนี้ไว้ในสมองด้วยความเร็วอันน่าหวาดหวั่น
“คุณชาย ค่าตรวจสุขภาพทุกด้านของคุณกลับมาอยู่ในระดับยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกันแล้วครับ” พี่จางยืนอยู่ข้าง ๆ พลางยื่นรายงานผลตรวจสุขภาพให้
เฉินปู้ฝานไม่ได้รับ เขาโยนผ้าขนหนูลงบนเก้าอี้เอนนอนตามสบาย
“ไปโรงเรียนกันเถอะ” เฉินปู้ฝานสวมเสื้อเชิ้ตลำลองสีดำสนิท
“ต้องให้ผมเคลียร์พื้นที่ก่อนไหมครับ?” พี่จางถาม
“ไม่ต้อง เรื่องของฉัน ฉันจัดการเอง”
โรงเรียนมัธยมหนานเฉิงหมายเลข 1 เสียงกริ่งเข้าเรียนช่วงเช้าเพิ่งดังขึ้น
ในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปี 3 ห้อง 2 กำลังวุ่นวาย ทั้งคนเก็บการบ้าน คนลอกข้อสอบ และคนคุยกันปะปนเป็นกลุ่มก้อน
“ปัง!”
ประตูหน้าห้องถูกผลักเปิดออก
ห้องที่เดิมอื้ออึงเงียบลงฉับพลันราวกับมีคนกดปุ่มปิดเสียง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งตรงประตู
เสื้อเชิ้ตลำลองสีดำสนิท กางเกงขายาวสีเข้มที่ตัดเย็บพอดีตัว และรองเท้าหนังสะอาดไร้ฝุ่น
ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังคงเป็นเค้าเดิม ทว่าหลังที่เคยงองุ้มอยู่เสมอกลับเหยียดตรง ดวงตาที่เคยหลบเลี่ยงสายตาคนอื่นเผยความเย็นชาและคมกริบจนผู้คนไม่กล้าสบ
“นี่...นี่เฉินปู้ฝานเหรอ?” เด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งแถวหน้าขยี้ตา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ไม่ใช่มั้ง ไปทำศัลยกรรมมาหรือไง? ทำไมรู้สึกเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย”
“เสื้อผ้าเขาดูดีมีราคาเชียว รวยขึ้นแล้วเหรอ?”
เสียงซุบซิบเริ่มแพร่กระจายไปทั่วห้องเรียน
เฉินปู้ฝานไม่สนใจสายตาของทุกคน เดินตรงไปยังที่นั่งมุมหลังสุดของห้องซึ่งมีข้าวของกองพะเนิน
“หยุด!”
เสียงตวาดดังลั่นตัดบทสนทนาในห้องเรียน
เฉินเทียนชื่อเตะเก้าอี้ของตัวเองออกแล้วก้าวฉับ ๆ มาขวางหน้าเฉินปู้ฝาน
วันนี้เขาสวมชุดกีฬาแบรนด์ดังและรองเท้าผ้าใบรุ่นลิมิเต็ด
แต่พอยืนอยู่ต่อหน้าเฉินปู้ฝาน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าของที่เคยภูมิใจกลับดูไร้ราคาไปเสียหมด
ความสง่างามและราศีที่แผ่ออกมาจากตัวเฉินปู้ฝานทิ่มแทงความรู้สึกของเฉินเทียนชื่ออย่างแรง
ความอัปยศจากการถูกตบเมื่อ 3 วันก่อนพลันหวนกลับมาอีกครั้ง
เฉินเทียนชื่อจ้องเสื้อผ้าบนตัวเฉินปู้ฝาน ความริษยาทำให้ใบหน้าเขาบิดเบี้ยว
“เฉินปู้ฝาน แกยังมีหน้ามาโรงเรียนอีกเหรอ?”
เฉินเทียนชื่อชี้หน้าเฉินปู้ฝาน เสียงดังจนได้ยินไปถึงโถงทางเดินทั้งชั้น
“ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเงินที่บ้านถึงหายไปแสนหนึ่ง ที่แท้แกก็เป็นขโมยในบ้าน แอบเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ทำตัวเป็นคุณชาย!”
สิ้นคำพูด ทุกคนในชั้นก็ฮือฮาขึ้นมา
“ขโมยเงินเหรอ?”
“แสนหนึ่งเลยเหรอ? โอ้โห เงินขนาดนี้ติดคุกได้เลยนะ!”
“ว่าแล้วเชียว ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนโฉม ที่แท้ก็เป็นขโมยนี่เอง”
กระแสพลิกผันในพริบตา สายตาที่เพื่อนร่วมชั้นมองเฉินปู้ฝานเต็มไปด้วยความดูแคลนและรังเกียจ
เฉินปู้ฝานมองเฉินเทียนชื่อที่ขวางอยู่ตรงหน้า แววตาสงบนิ่งราวกับกำลังมองศพศพหนึ่ง
“เทียนชื่อ อย่าเสียเวลากับเขาเลย แจ้งตำรวจเถอะ”
เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้น หลี่ซินลุกจากที่นั่งแล้วเดินไปยืนข้างเฉินเทียนชื่อ
เธอมัดผมหางม้าสูง หน้าตาสะสวยบริสุทธิ์ เป็นนางเอกของโลกใบนี้ และเป็นคนที่เจ้าของร่างเดิมเคยแอบชอบ
หลี่ซินกวาดตามองเฉินปู้ฝานตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วขมวดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและถือตัว
“เฉินปู้ฝาน เธอทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ” หลี่ซินถอนหายใจ ทำสีหน้าเหมือนเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
“ครอบครัวของเทียนชื่ออุตส่าห์ใจดีรับเธอมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ให้ข้าวกิน ส่งเสียให้เรียน เธอไม่รู้จักสำนึกบุญคุณก็แล้วไป แต่นี่ถึงกับขโมยเงินที่บ้านอีกเหรอ?”
หลี่ซินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนขึ้นเสียงสูงกว่าเดิม “ไม่มีอนาคตยังไม่น่ากลัวเท่ากับเป็นคนที่ช่วยไม่ขึ้น แถมยังทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้อีก เธอน่าละอายที่สุด!”
เมื่อได้ยินแฟนสาวช่วยพูดให้ เฉินเทียนชื่อก็ยิ่งได้ใจ เขาแค่นหัวเราะ “ได้ยินไหม? แม้แต่ซินซินยังรังเกียจแก รีบถอดเสื้อผ้าไปขายแล้วเอาเงินมาคืนฉันซะ จากนั้นก็คุกเข่าโขกหัวให้ฉัน 3 ที ฉันอาจจะพิจารณาขอให้พ่อแม่ไม่เอาเรื่องแกก็ได้!”
ทั้งสองเข้าขากันดี ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมแล้วตอกตรึงเฉินปู้ฝานไว้กับเสาแห่งความอัปยศ
เพื่อนร่วมชั้นรอบข้างต่างพยักหน้าเห็นด้วยและชี้ไม้ชี้มือ
เฉินปู้ฝานยิ้ม
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตากลับไร้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย
“พูดจบหรือยัง?” เฉินปู้ฝานเอ่ยเสียงไม่ดัง แต่ทุกคนได้ยินชัดเจน
เฉินเทียนชื่อชะงักไป “แกทำท่าแบบนี้หมายความว่าไง...”
ยังไม่ทันพูดจบ เฉินปู้ฝานก็ขยับตัว
เขายกมือขวาขึ้นฟาดลงบนหน้าเฉินเทียนชื่ออย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“เพี๊ยะ!”
แรงตบมหาศาลจนเท้าทั้งสองข้างของเฉินเทียนชื่อลอยพ้นพื้น ร่างหมุนคว้างกลางอากาศครึ่งรอบ ก่อนกระแทกโต๊ะเรียนข้าง ๆ อย่างแรง
“โครม!”
โต๊ะพลิกคว่ำ หนังสือกระจัดกระจายเต็มพื้น
เฉินเทียนชื่อกุมหน้า เลือดกำเดาพุ่งออกมาทันที เปื้อนชุดกีฬาแบรนด์ดังจนแดงฉาน
เขาอ้าปากกว้างแต่ส่งเสียงไม่ออก ในหัวอื้ออึงไปหมด
ทุกคนเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี
“เทียนชื่อ!” หลี่ซินกรีดร้อง ก่อนหันขวับมาถลึงตาใส่เฉินปู้ฝาน
“เธอบ้าไปแล้วเหรอ! กล้าทำร้ายคนต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง! ฉันจะไปบอกครูใหญ่ จะทำให้เธอถูกไล่ออก!”
หลี่ซินยื่นมือชี้หน้าเฉินปู้ฝาน นิ้วที่ทาเล็บด้วยยาทาเล็บใสแทบจะแทงถึงปลายจมูกเขา
เฉินปู้ฝานสะบัดมือกลับ
“เพี๊ยะ!”
เสียงตบดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
เสียงกรีดร้องของหลี่ซินขาดห้วงไปทันที
ร่างของเธอถูกตบจนลอยถอยหลังไปกระแทกกระดานดำ ก่อนร่วงลงพื้น
ใบหน้าครึ่งซีกบวมแดงขึ้นมาทันตาราวกับซาลาเปา มุมปากมีเลือดซึมออกมา
“ฮือ...” หลี่ซินกุมหน้า ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยต้องเจอความคับแค้นเช่นนี้ เธอจึงพังทลายและร้องไห้โฮออกมา
เฉินเทียนชื่อเองก็ได้สติกลับมา เขาฟุบอยู่บนพื้น น้ำตาปนเลือดกำเดาไหลอาบหน้า ร้องไห้ราวกับเด็กยักษ์ที่ถูกตีมา
ในห้องเรียนเหลือเพียงเสียงร้องไห้ของทั้งสองคน
ทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
นี่คือเฉินปู้ฝานคนที่เคยถูกรังแกได้ตามใจจริง ๆ เหรอ? นี่มันอันธพาลชัด ๆ!
เฉินปู้ฝานหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมา ค่อย ๆ เช็ดมือ ราวกับเมื่อครู่เพิ่งไปสัมผัสสิ่งสกปรกมา
เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเฉินเทียนชื่อ แล้วมองลงมาจากเบื้องบน
“ขโมยเงินเหรอ?” เฉินปู้ฝานโยนผ้าเช็ดหน้าที่ใช้แล้วลงบนหน้าเฉินเทียนชื่อ
“ของไร้ค่าพวกนั้นในตระกูลเฉิน ต่อให้ยกให้ฉันฟรี ๆ ฉันยังรังเกียจ เงินแสนหนึ่งนั่นน่ะ พอซื้อกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนี้ของฉันได้สักเม็ดหรือเปล่า?”
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าบุตรแห่งโชคชะตาเฉินเทียนชื่อและบุคคลที่เกี่ยวข้องเกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง เส้นเรื่องของโลกเกิดการเบี่ยงเบนเล็กน้อย】
【ยินดีกับโฮสต์ ได้รับพลังปรารถนา: 2 แต้ม】
【ค่าพลังปรารถนาปัจจุบัน: 14】
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบในหัว แววพึงพอใจก็วาบผ่านดวงตาของเฉินปู้ฝาน
