ฉีซ่งรู้อยู่แล้วว่าตุ๊กตาตัวน้อยนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
ฉีซ่งจ้องตุ๊กตาตัวน้อย ราวกับมองเท่าไรก็ไม่พอ ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมตุ๊กตาตัวน้อยถึงต้องแกล้งทำเป็นตุ๊กตาต่อหน้าเขาด้วย
กลัวอะไรอยู่หรือเปล่า?
แต่ไม่ว่ายังไง การยืนยันสิ่งที่ตัวเองคาดเดาไว้ได้ก็ทำให้ฉีซ่งอารมณ์ดีไม่น้อย
อาศัยจังหวะที่เซี่ยจือหลับ ฉีซ่งจึงยื่นมือไปจิ้มแก้มตุ๊กตาตัวน้อยอย่างอุกอาจ
“เอาเถอะ ยังแข็งโป๊กอยู่ดี”
ฉีซ่งพึมพำเบา ๆ มุมปากยกขึ้น ก่อนค่อย ๆ ขยับหัวเข้าไปใกล้ตุ๊กตาตัวน้อย จนแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิม
แทบจะหายใจรดใบหน้าของตุ๊กตาตัวน้อยอยู่แล้ว
……
เซี่ยจือย่อมไม่รู้ว่าหลังจากตัวเองหลับไปแล้ว ฉีซ่งทำเรื่องโรคจิตอะไรกับเธอบ้าง
เธอก็ไม่คิดจะถามระบบด้วย
เช้าวันนี้เซี่ยจือถูกเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ของฉีซ่งปลุกให้ตื่น สมองยังไม่ทันเริ่มทำงาน ดวงตาจึงยังปิดอยู่
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอถึงค่อยรู้สึกตัวแล้วลืมตาขึ้น
จากนั้นก็สบเข้ากับเปลือกตาที่ยังปิดสนิทของฉีซ่ง
ตอนนั้นเองเซี่ยจือถึงได้รู้ว่าตัวเองอยู่ใกล้ฉีซ่งมาก
อีกฝ่ายกำลังกอดเธออยู่
เซี่ยจือชะงักไปชั่วขณะ
ต่อมา มือของฉีซ่งที่วางอยู่บนตัวเธอก็ขยับ กอดเธอแน่นกว่าเดิม
เซี่ยจือ: ……
ฉีซ่งตื่นขึ้นทันทีที่นาฬิกาปลุกดัง แต่ไม่ได้รีบลืมตา
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคุ้นเคยที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาถึงค่อยลืมตา แล้วสบเข้ากับดวงตาของเจ้าตัวเล็กที่ไม่อยากให้เขาจับได้ว่าตื่นแล้ว
