อิ่งเซียวเซียวหลุบตาลง น้ำเสียงไม่ดังนัก ทว่าทุกคนในที่นั้นล้วนได้ยินชัดเจน “เจ้าชื่อโจวฉี อายุยี่สิบหกปี เป็นผู้คุ้มกัน เมื่อเจ็ดวันก่อน สำนักคุ้มภัยรับงานคุ้มกันสิ่งของที่ใต้เท้านายอำเภอส่งไปยังเมืองหลวง แต่เจ้ากลับทำของที่คุ้มกันหาย”
“เจ้าต้องการรู้ว่าสิ่งของนั้นไปอยู่ที่ใด หากหาไม่พบ เจ้าต้องชดใช้เงินสามพันตำลึง ทั้งยังต้องจ่ายเงินค่าปรับเป็นห้าสิบเท่าของมูลค่าสิ่งของที่รับคุ้มกัน รวมเป็นเงินสามหมื่นตำลึง อีกทั้งยังจะถูกสำนักคุ้มภัยไล่ออกด้วย”
“เจ้าตามหามาสามวันแล้วยังไม่พบ กำลังจะกลับไปรับโทษปรับเงินและถูกไล่ออก ก็มาเจอข้าเข้า พอได้ยินเรื่องของตระกูลอิ่ง จึงคิดจะลองเสี่ยงดู”
สีหน้าอวดดีของโจวฉีพลันแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง ก่อนจะเคร่งขรึมขึ้น เขากวาดตามองอิ่งเซียวเซียวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ในที่สุดก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
ร่างสูงใหญ่ตั้งตรงอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าแสดงความเคารพอยู่หลายส่วนอย่างเห็นได้ชัด
“เช่นนั้นเจ้าทำนายได้หรือไม่ว่าสิ่งของที่ข้าคุ้มกันอยู่ที่ใด?”
อิ่งเซียวเซียวพยักหน้า “ข้างกายเจ้ามีคนคิดร้าย”
“ดูท่าทางของโจวฉีแล้ว แม่นางน้อยผู้นี้ทำนายถูกหรือ?”
“เรื่องนี้ยากตรงไหน? ใครบ้างไม่รู้ว่าโจวฉีเป็นผู้คุ้มกันที่มีชื่อเสียงที่สุดในสำนักคุ้มภัย ต่อให้เป็นข้าก็ทำนายได้!”
“เช่นนั้นเจ้าทำนายเรื่องของที่เขาทำหายได้หรือไม่? โจวฉีเป็นผู้มากประสบการณ์ วรยุทธ์ก็เก่งกาจ ใครจะชิงของจากมือเขาไปได้ แถมยังทำให้เขาหาไม่พบอีก ลองทำนายดูสิ!”
“ข้า...”
