ลานด้านหลังที่ว่าการอำเภอ หวงจวิ้นข่ายเห็นลูกพี่ลูกน้องกำลังแช่เท้าอีกแล้ว จึงอดถามไม่ได้ว่า “อาเซิง เจ้าแช่เท้าทุกวันมาสองเดือนแล้ว ไม่กลัวแช่จนหนังลอกหรือ?”
“ในตำราบอกว่าแช่เท้าก่อนนอนกับตอนตื่นนอนจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ ท่านพี่ว่างเมื่อใดก็ชวนซิ่วเหนียงมาแช่ด้วยกันสิ”
หวงจวิ้นเซิงแช่เท้าทั้งสองข้างไว้ในถังไม้ เล่นน้ำไปพลางกล่าวอย่างจริงจังไปพลาง
ฟางถงจากไปได้สองเดือนแล้ว ตลอดสองเดือนมานี้เขาเฝ้ารอราชโองการจากฮ่องเต้ชราทุกวัน ทว่าราชโองการกลับไม่มาสักที จนในใจเขาร้อนรุ่มทรมาน แม้แต่ความคิดที่จะออกไปเก็บค่าประสบการณ์ยามค่ำคืนก็หายไปหมด
มันเหมือนนักโทษประหารที่ถูกจับขึ้นแท่นประหาร รู้ดีว่ากำลังจะถูกยิงเป้า แต่เจ้าหน้าที่ประหารกลับไม่ยอมลั่นไกเสียที ช่างทรมานกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
“ใต้เท้า! ราชโองการจากราชสำนักมาถึงแล้ว!”
ขณะที่หวงจวิ้นเซิงกำลังสนทนากับลูกพี่ลูกน้อง เฉียนเหวยยงเจ้าหมอนั่นก็วิ่งพรวดเข้ามาราวกับลมพายุ
!!
“ในที่สุดก็มาแล้ว!”
หวงจวิ้นเซิงหลับตาลงเงียบ ๆ ความเศร้าสายหนึ่งผุดขึ้นในใจ
เดิมทีเขายังแอบหวังอยู่บ้าง คิดว่าผ่านมานานขนาดนี้ ฮ่องเต้ชรากับองค์หญิงฉางหนิงนางนั้นคงลืมเขาไปแล้ว ใครจะคิดว่าสิ่งที่ควรมาก็ยังมาอยู่ดี!
“ไปกันเถอะ”
เขาเช็ดเท้าให้แห้งอย่างเงียบ ๆ สวมถุงเท้าผ้าและรองเท้า เปลี่ยนเป็นชุดขุนนาง ก่อนลุกขึ้นเรียกลูกพี่ลูกน้องแล้วออกจากห้อง
“ใต้เท้าหวง โปรดรับราชโองการ”
หวงจวิ้นเซิงพาลูกพี่ลูกน้องกับเฉียนเหวยยงมาถึงโถงหน้า ที่นั่นมีขันทีหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ข้างองครักษ์สิบกว่าคน เมื่อเห็นเขา ขันทีหนุ่มก็ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร ทำเอาหวงจวิ้นเซิงประหลาดใจอย่างยิ่ง ขันทีจากวังหลวงมาถึงเมืองเล็ก ๆ แบบนี้ ปกติไม่ใช่วางอำนาจบาตรใหญ่หรือ ต่อให้เป็นหมาข้างทางก็ยังโดนตบสักฉาด แล้วเหตุใดวันนี้ถึงสุภาพนัก?
ถึงกับรู้จักพูดว่า “โปรด” ด้วยหรือ?
